ทองมา รีเทิร์น พฤกษา ลุยอสังหาฯ-เฮลท์แคร์ สู่เวลเนส เรสซิเดนซ์ ทุ่ม 8.5 พันล.ลงทุน-ซื้อที่ดินขยาย 3 รพ. วอนธปท.ปลดล็อกLTV
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า นับจากปี 2568-2569 ที่ตนนั่งรักษาการซีอีโอบริษัท จะเน้นขับเคลื่อน 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ และเฮลท์แคร์ เพื่อนำพฤกษาสู่ภาพจำเวลเนส เรสซิเดนซ์ สามารถให้บริการด้านการดูแลสุขภาพในโครงการที่อยู่อาศัยมากขึ้นควบคู่กับการสร้างรายได้ระยะยาวจากธุรกิจคลังสินค้าและธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยปี 2568 ตั้งเป้ารายได้รวม 23,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีรายได้รวม 21,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 456 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 18,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% ธุรกิจเฮลท์แคร์ 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% ส่วนการลงทุนใหม่ในปีนี้อยู่ที่ 8,500 ล้านบาท สำหรับซื้อที่ดิน 5,000 ล้านบาท และลงทุน 3,500 ล้านบาท เพื่อขยายโรงพยาบาลวิมุต 3 แห่ง ได้แก่ ทองหล่อจะเริ่มสร้างปีนี้ ส่วนสุขุมวิทและปิ่นเกล้า อยู่ระหว่างการออกแบบ
“ปี 2568 ภาวะเศรษฐกิจไทยและทั่วโลกยังตกต่ำ เราก็ต้องลงทุนให้สอดรับกับสถานการณ์ ต้องยอมรับ 2-3 ปีนี้ ตลาดอสังหาฯหดตัวลงมากจากเคยมีมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท ปัจจุบันอยู่ที่ 2-3 แสนล้านบาท ยังมีปัญหารีเจ็กต์เรตสูงถึง 50% เราต้องปรับตัวไปตามตลาด พัฒนาสินค้าราคาสูงขึ้น และปีที่แล้วได้นำที่ดินบางแปลงไม่อยู่ในแผนออกมาขาย 1,000 ล้านบาท รวมถึงลงทุนธุรกิจเฮลท์แคร์เพิ่ม เพราะยังมีแนวโน้มเติบโตอีก 10 ปี ปัจจุบันมีรายได้จากอสังหาฯ 70% และเฮลท์แคร์ 20% อนาคตจะเป็น 50:50 ”นายทองมากล่าว
นายทองมา กล่าวว่า การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 2.0% ต่อปี ส่งผลดีต่อต้นทุนการเงินภาคธุรกิจและลดภาระการผ่อนบ้าน แต่ถ้าจะให้ดีอย่างให้กนง.มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในระยะถัดไป
นายทองมากล่าวว่า ปัจจุบันด้วยภาวะเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลกและตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัวดี อยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)พิจารณาผ่อนเกณฑ์มาตรการ LTV ในทุกระดับราคาให้อย่างน้อย 2-3 ปี เพื่อปลดล็อกให้คนที่ต้องการซื้อบ้านสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ทั้งบ้านหลังแรกและหลังที่สอง เพื่อให้ตลาดอสังหาฯและเศรษฐกิจได้มีการขยายตัว โดยเฉพาะมาตรการ LTV หากได้รับการพิจารณาจะช่วยได้มากกว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงมีการขยายระยะเวลาการเช่า 99 ปี
นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้วางแผนเปิด 22 โครงการ รวมมูลค่า 23,400 ล้านบาท ระดับราคาตั้งแต่ 1.8 ล้านบาทถึงมากกว่า 50 ล้านบาท เป็นทาวน์เฮาส์ 8 โครงการ มูลค่า 4,900 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 9 โครงการ มูลค่า 10,400 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่า 8,100 ล้านบาท เน้นพัฒนาโครงการเวลเนส เรสซิเดนซ์ และเพิ่มทำเลอยู่ใกล้เมืองมากขึ้น โดยไฮไลต์มีเปิดตัวแบรนด์ระดับบน เช่น The Palm, The Reserve และ Chapter ตั้งเป้ายอดขายที่19,800 ล้านบาท และยอดขายโครงการร่วมทุน 3,200 ล้านบาท ยอดโอนอยู่ที่ 18,700 ล้านบาท และโครงการร่วมทุนอีก 1,600 ล้านบาท ทั้งนี้ปีนี้ได้ปรับพอร์ตโฟลิโอขายที่ดินที่ไม่อยู่ในแผนและพัฒนาโครงการใหม่จากที่ดินเดิมมีอยู่ 2,900 ล้านบาท เร่งเปิดการขาย 31 โครงการ ปรับสัดส่วนแนวราบจากทาวน์เฮาส์ต่อบ้านเดียวเป็น 50:50 ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน รวมถึงบริหารจัดการสต๊อกรอขาย 8,000 ล้านบาท และขยายตลาดลูกค้าต่างชาติมากขึ้นในส่วนของบ้านเดี่ยว ผ่านการเช่าระยะยาว 30 ปี
นายธีระกล่าวว่า ด้านธุรกิจพรีคาสท์และก่อสร้างจะขยายการผลิตจากปัจจุบันอยู่ที่ 5.2 ล้านตารางเมตรต่อปี ตั้งเป้ารายได้ 2,100 ล้านบาท เน้นขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการของตลาดให้มากขึ้น เช่น ผนังน้ำหนักเบา กำแพงกันดิน รั้วสำเร็จรูป ในขณะที่ธุรกิจก่อสร้างตั้งเป้ารายได้ 5,400 ล้านบาท มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าทั้ง B2B และ B2C สำหรับการสร้างบ้านในระดับราคา 10 -30 ล้านบาท

