กรุงศรี คาด GDPไทย 68 โต 2.7% แนะรัฐ ผลักดันนโยบาย ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ห้อง Learning 5 ชั้น 5 อาคารริมน้ำ สำนักงานใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (จำกัด) มหาชน ถนนพระรามที่ 3 น.ส.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2568 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตจากปัจจัยบวกชั่วคราว ท่ามกลางปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศ และกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยคาดว่า ตัวเลขจีดีพีจะขยายตัวที่ 2.7% ปรับดีขึ้นเล็กน้อยจาก 2.5% ในปี 2567
น.ส.พิมพ์นารา กล่าวว่า ปัจจัยแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่สำคัญมาจาก (1) ภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่องแม้จะยังไม่กลับสู่ระดับก่อนการระบาด ของโควิด-19 โดยคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 38 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 35.5 ล้านคนในปี 2567 ปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น การปรับตัวของอุปทานทั้งจำนวนเที่ยวบินและการขยายเส้นทางการบินเพิ่มเติม รวมทั้งมาตรการฟรีวีซ่า
(2) การใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้นและกลับมาเป็นปกติหลังจากมีการเบิกจ่ายล่าช้าใน ปีงบประมาณ 2567 ประกอบกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ที่เพิ่มขึ้นจากปีงบฯ ก่อน 4.2% และ เป็นงบขาดดุลที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.5% ของจีดีพี (3) การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มพลิกกลับมาขยายตัวที่ 2.6% หลังจากที่หดตัว -1.6% ในปี 2567 แรงหนุนจากยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในปี 2567 ที่มีมูลค่าเงิน ลงทุนกว่า 1.1 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบ 10 ปี ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายในระยะข้างหน้า
แต่อย่างไรก็ตาม น.ส.พิมพ์นารา เผยว่า แม้เศรษฐกิจไทยโดยภาพรวมในปี 2568 จะเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปด้วย แรงสนับสนุนจากหลายปัจจัย แต่ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงและความท้าทาย สำคัญ ได้แก่ (1) ความตึงเครียดทางการค้าและความไม่แน่นอนของนโยบายสหรัฐอเมริกา รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (2) การหลั่งไหลของสินค้า นำเข้าจากจีน (3) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง และ (4) ปัญหา เชิงโครงสร้าง เช่น ภาวะสังคมสูงอายุ หนี้ครัวเรือนสูง และความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง

นอกจากนี้ น.ส.พิมพ์นารา กล่าวว่า ประเทศไทยก็มีความเสี่ยงที่จะโดนสหรัฐฯ เพ่งเล็งเช่นกัน เนื่องจากในปี 2567 ประเทศไทย ติดอันดับที่ 11 ดุลการค้ากับสหรัฐฯ ที่เกินดุลสูง เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจจะอยากเพ่งเล็งประเทศไทย และความเสี่ยงที่ทางทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยามองเห็น คือ ด้านภาคการส่งออก
น.ส.พิมพ์นารา กล่าวว่า การส่งออกของไทย ในปี 2568 อาจจะมีแนวโน้มเติบโตอย่างจำกัด คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 2.7% เนื่องจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่อาจรุนแรงขึ้น จากการปรับเปลี่ยนนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคการผลิตในประเทศที่มีผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย
อย่างไรก็ตาม น.ส.พิมพ์นารา กล่าวว่า ตัวเลขจีดีพีในปี 2568 ที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.7% นั้น เป็นตัวเลขที่ทาง ทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประเมินไว้เบื้องต้น ณ ปัจจุบัน แต่ถ้าหากต้องการให้ตัวเลขจีดีพีของปี 2568 สูงกว่า 2.7% และก้าวสู่เป็นประเทศที่รายได้สูง รัฐบาลจะต้อง ให้ความสำคัญกับการผลักดันนโยบายด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น เนื่องจาก เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งตรงนี้ ประเทศไทยอาจจะยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนมากนัก
รวมถึง ปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจไทยมองเห็นความเสี่ยงทั้งในเชิงระยะสั้นและความเสี่ยงในระยะยาวเชิงโครงสร้าง ดังนั้น หากรัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็จะต้องกระตุ้นควบคู่ทั้งการกระตุ้นระยะสั้นและการกระตุ้นระยะยาว แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ก็จะต้องดูความชัดเจนของแนวทางนโยบายของรัฐบาลอีกครั้ง

