หน้าแรก เศรษฐกิจ เผ่าภูมิ พร้อ...

เผ่าภูมิ พร้อมกรมสรรพสามิต ตรวจเยี่ยมพีทีที โกลบอล จ.ระยอง

7.03.25 | 13:27 น.

เผ่าภูมิ พร้อมกรมสรรพสามิต ตรวจเยี่ยมพีทีที โกลบอล จ.ระยอง เตรียมพร้อมเพิ่มพิกัดน้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้าผลิต 10 ล้านลิตรต่อปี

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย น.ส.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพสามิต และคณะผู้บริหารกรมสรรพสามิต ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันราย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ณ จังหวัดระยอง เพื่อเตรียมความพร้อมกำหนดพิกัดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานคาร์บอนต่ำ (SAF : Sustainable Aviation Fuel) เตรียมความพร้อมในการกำกับดูแลและใช้ภาษีสรรพสามิตเป็นกลไกให้ไทยเป็นผู้นำสำหรับเชื่อเพลิงเครื่องบินชนิดใหม่นี้ โดยกรมสรรพสามิตกำลังดำเนินการกำหนดนิยาม คุณสมบัติ และอัตราภาษีของ SAF เพื่อจูงใจต่อการขยายกำลังการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีของ SAF โดยกำลังพิจารณาให้ภาษีน้ำมันชนิดใหม่นี้ดึงดูดกว่าน้ำมันแบบเดิมหรือ JET A1

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า การผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานคาร์บอนต่ำนั้น เป็นการนำผลิตภัณฑ์ชีวภาพมาใช้ร่วมกับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน ซึ่งการใช้ SAF สามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดร์ออกไซด์ (CO2) ได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของไทย ภายในปี 2593 (2050) โดยเป็นไปตามมาตรฐาน ISCC CORSIA (International Sustainability and Carbon Certification – Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation) ที่เป็นมาตรฐานสากลที่ยอมรับในอุตสาหกรรมการบิน

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ในระยะแรกคาดว่าไทยจะมีการผลิตอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านลิตรต่อปี โดยใช้กับเที่ยวบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ และจะมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการพลังงานทดแทนของอุตสาหกรรมการบินที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วภูมิภาค พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“กรมสรรพสามิตพร้อมให้การสนับสนุนกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรและเกิดการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นปาล์ม มัน อ้อย รวมถึงน้ำมันพืชใช้แล้ว และเพื่อส่งเสริมศักยภาพในการผลิตพลังงานชีวภาพของไทย เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินคาร์บอนต่ำของภูมิภาคอาเซียนต่อไป”นายเผ่าภูมิ กล่าว

Advertisement