หน้าแรก เศรษฐกิจ คาดจีดีพีไตรม...

คาดจีดีพีไตรมาส1 โต3.4% มากสุดในรอบ2ปีครึ่ง บอร์ดกระตุ้นศก.นัด10 มี.ค.

8.03.25 | 06:03 น.

ก.คลัง คาดจีดีพีไตรมาส1โต3.4% ชี้มากสุดในรอบ2ปีครึ่ง บอร์ดกระตุ้นศก.นัด10มีค. พณ.ชี้’เงินเฟ้อ’กพ.1.08%

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 3.4% ถือเป็นการขยายตัวในอัตราที่สูงสุดในรอบ 10 ไตรมาส ซึ่งในภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องจากปี 2567 จากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาล แต่ในทางกลับกันราคาหุ้นไทยไม่ได้สะท้อนภาพพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดีเท่าใดนัก สำหรับเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2 อาจจะเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงบ้างจากไตรมาสที่ 1 ขณะที่ไตรมาสที่ 3 การขยายตัวจะแผ่วลงซึ่งเป็นไปตามภาวะปกติ ดังนั้นรัฐบาลจึงได้เตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ไว้ และจะทยอยนำออกมาใช้

“ในช่วงไตรมาสที่ 2 จะมีโครงการเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เฟส 3 คาดว่าจะโอนเงินให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิราวปลายไตรมาสสองของปีนี้ และมีมาตรการกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อรถกระบะ จากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จากนั้นช่วงไตรมาสที่ 3 รัฐบาลจะโหมมาตรการเศรษฐกิจชุดใหญ่ โดยเฉพาะด้านสินเชื่อและการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มพิกัดน้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำ’นายเผ่าภูมิ กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะนัดประชุมในวันที่ 10 มีนาคม

ขณะที่ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย (เงินเฟ้อ) เดือนกุมภาพันธ์ 2568 เท่ากับ 100.55 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 1.08% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เมื่อเทียบเดือนมกราคมอยู่ที่ 0.02% ทั้งนี้เฉลี่ย 2 เดือน (มกราคม-กุมภาพันธ์) ของปี 2568 สูงขึ้น 1.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปัจจัยกระทบจากการสูงขึ้นของราคาสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะผลไม้สด เครื่องประกอบอาหาร เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหารสำเร็จรูป รวมทั้งมีการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล ค่ากระแสไฟฟ้า และค่าโดยสารเครื่องบิน ส่วนราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

“เงินเฟ้อไทยเทียบกับต่างประเทศ ในเดือนมกราคม 2568 สูงขึ้น 1.32% อยู่ในกลุ่มประเทศมีเงินเฟ้อต่ำ โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 23 จาก 128 เขตเศรษฐกิจ และต่ำเป็นอันดับ 4 ในอาเซียนจาก 8 ประเทศ เช่น บรูไน อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สปป.ลาว”นายพูนพงษ์กล่าว
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ส่วนรายการสินค้าและบริการที่เปลี่ยนแปลงและมีการติดตาม มีเพียง 157 รายการที่เพิ่มขึ้น เช่น เนื้อสุกร ปลานิล ส้มเขียวหวาน น้ำมันพืช ขณะที่สินค้าที่ลดลง 178 รายการ เช่น ค่าน้ำประปา ค่าตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น และสินค้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง 129 รายการ เช่น ข้าวสารเจ้า ไก่ย่าง ไข่ไก่ เป็นต้น

Advertisement