หน้าแรก เศรษฐกิจ ตลท.ผุด‘เชียง...

ตลท.ผุด‘เชียงราย โมเดล’ ปลูกฝังเยาวชนรู้จัก‘ตลาดทุน’

9.03.25 | 10:07 น.

ตลาดทุนไทย นำโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถือเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างความมั่งคั่งผ่านการลงทุน รวมถึงการระดมทุนเพื่อหาเม็ดเงินใหม่เข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตมากขึ้นด้วย ตลาดหลักทรัพย์ฯถือเป็นตัวกลางที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนหลักๆ นอกเหนือจากสถาบันการเงิน และเป็นช่องทางให้ผู้ลงทุนเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีหลากหลาย เมื่อผู้ประกอบการที่มีคุณภาพเข้าระดมทุนมากขึ้นจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดการลงทุน และทำให้ตลาดทุนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี ต่อระบบเศรษฐกิจ อัตราการจ้างงานสูงขึ้น ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมโดยรวม

ด้วยความเชื่อที่ว่า รากฐานที่ดี จะนำไปสู่ปลายทางที่ดี ทำให้นอกจากในด้านการลงทุนแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯยังเดินหน้าตามพันธกิจ ที่มุ่งพัฒนาตลาดทุนเพื่อทุกคน ใช้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในองค์รวม เราจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ตลาดทุนให้เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนของสังคม ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าการเติบโตอย่างมีคุณภาพของธุรกิจจะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศ และจะส่งผลนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชาติ

มุ่งมั่นพัฒนากระบวนการทำงานที่เป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแหล่งลงทุนและระดมทุนที่ทันสมัยและเข้าถึงได้ ทั้งในประเทศ ภูมิภาค และทั่วโลก สร้างสรรค์สินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการของลูกค้า และร่วมกับผู้ร่วมตลาดส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดทุน บ่มเพาะบุคลากรให้เปี่ยมด้วยศักยภาพ ทำงานเชิงรุก ผสานความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกองค์กร ด้วยความโปร่งใสในทุกกระบวนการทำงาน ปลูกฝังแนวคิดการดำเนินธุรกิจ โดยยึดมั่นประโยชน์ของทุกภาคส่วน เพื่อเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีที่สุด พร้อมทำหน้าที่ดูแลสังคม มุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้ที่มีคุณค่าภายในองค์กร ทั้งการสร้างความรู้ใหม่ การแบ่งปันแลกเปลี่ยน และการแปลงองค์ความรู้ให้เป็นสินทรัพย์ที่ยั่งยืน

ขึ้นปีใหม่ 2568 จึงแถลงแผนขับเคลื่อนพร้อมนำสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จังหวัดเชียงราย ในโอกาสนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงยกตัวอย่างโครงการที่เป็นส่วนร่วมแก้ปัญหาสังคม ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารากฐานของประเทศ ได้แก่ โครงการพัฒนาทักษะสมองเด็กและเยาวชน (Executive Functions : EF) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) เทศบาลตำบลเวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย เพื่อศึกษาพัฒนาการเด็กเล็กในโครงการดังกล่าว

Advertisement

โดย EF คือ การพัฒนาสมองส่วนหน้า ที่ทำหน้าที่สร้างทักษะในการจัดการชีวิต ประกอบไปด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ
1.ความจําไปใช้งาน
2.การวิเคราะห์ ไตร่ตรอง ยับยั้งชั่งใจ
3.ความยืดหยุ่นทางความคิด

คุณครูผู้เชี่ยวชาญจะให้เด็กได้มีประสบการณ์เรียนรู้ด้วยตัวเอง ฝึกการกำกับความคิดและตัดสินใจผ่านกิจวัตร (กิน นอน กอด เล่น เล่า) และสถานการณ์ต่างๆ ในแต่ละวันทั้งเกิดขึ้นจริงและการออกแบบ โดยนักวิชาการและนักจิตวิทยาเด็ก เพื่อให้เด็กได้ฝึกใช้สมองส่วนหน้า ยิ่งใช้สมองส่วนนี้จะยิ่งเติบโต โดยเฉพาะช่วงวัยก่อน 6 ขวบ เป็นช่วงสำคัญที่สมองจะเติบโตได้ถึง 90%

มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ ได้ร่วมกับ สถาบันรักลูก เลิร์นนิ่งกรุ๊ป มูลนิธิเด็ก และเครือข่ายสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ดำเนินโครงการ EF ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปี 2568 ก็เข้าปีที่ 6 แล้ว ปัจจุบันโครงการนี้สามารถดำเนินการได้ครบทั้ง18 อำเภอ และกลายเป็น “เชียงรายโมเดล” ต้นแบบด้าน EF แห่งแรกของประเทศไทย คาดหวังว่าจะสามารถพัฒนาศักยภาพของเด็กเล็กเหล่านี้ ให้กลายเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคมไทยต่อไป

ถือเป็นการเริ่มต้นก้าวสู่ความยั่งยืนในด้านการพัฒนาทักษะของมนุษย์ และเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในด้านสภาพอากาศ การดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้โลกใบนี้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจนส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตของคนทุกคน

เพื่อให้เกิดความเป็นรูปธรรมในการเดินหน้าเรื่องรักษ์โลกนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับ Intercontinental Exchange (ICE) หนึ่งในผู้นำด้านตลาดคาร์บอนระดับโลก เพื่อศึกษาทางเลือกในการพัฒนาระบบซื้อขายคาร์บอนเครดิตของไทยและเอเชีย โดยความร่วมมือนี้ จะต่อยอดจุดแข็งของทั้ง 2 องค์กร เพื่อร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ของรูปแบบการซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตของประเทศ

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เล่าว่า

ความร่วมมือในการศึกษาเพื่อพัฒนาระบบซื้อขายคาร์บอนเครดิตครั้งนี้เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์หลักของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในเอเชียสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล รองรับร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ ที่กำหนดให้มีกลไกราคาคาร์บอน ประกอบด้วย ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คาร์บอนเครดิต และภาษีคาร์บอน ทั้งนี้ ด้วยประสบการณ์ของ ICE ซึ่งทำธุรกิจตลาดคาร์บอนในหลายประเทศและเป็นหนึ่งในตลาดคาร์บอนที่มีสภาพคล่องสูงสุดในโลกจะช่วยให้ตลาดหลักทรัพย์ฯได้รับข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของตลาดคาร์บอนเครดิตที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ และเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะสนับสนุนให้ภาคธุรกิจไทยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ปัจจุบันภาครัฐและผู้ลงทุนมีความต้องการข้อมูลคาร์บอนฟุตพรินต์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2567 มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยประมาณ 30% ที่สามารถเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนฟุตพรินต์ได้อย่างครบถ้วน ขณะที่ยังมี บจ.อีกจำนวนมากที่ต้องการเครื่องมือช่วยจัดทำรายงานดังกล่าว ให้รองรับกับกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงพัฒนาระบบ SET Carbon ให้เป็นเครื่องมือจัดการข้อมูลและคำนวณข้อมูลคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มความน่าเชื่อถือ โดยระบบเปิดให้องค์กรธุรกิจใช้งาน 16 มกราคม 2568 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนการจัดการข้อมูลผ่าน SET Carbon ตั้งแต่ต้นทางของข้อมูล ไปจนถึงปลายทางในการนำข้อมูลมาให้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อสีเขียว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ บจ. เพื่อลดการรายงานซ้ำซ้อน และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น

ขณะที่ พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เสริมว่า

“กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้เร่งจัดทำร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเดือนธันวาคม 2567 คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ เห็นชอบให้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาภายในเดือนมกราคม 2568 ซึ่งร่างกฎหมายฯจะเป็นการสร้างสมดุลในมิติการบังคับและการสนับสนุนให้ประเทศเกิดความพร้อมและมีศักยภาพในการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมและเศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน โดยมีกลไกการเงินจากกองทุนสภาพภูมิอากาศ (Climate Fund) ร่วมกับการจัดหมวดหมู่กิจกรรมในภาคเศรษฐกิจที่จะเข้าถึงการสนับสนุนทางการเงิน (Taxonomy) และกลไกราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) เพื่อเร่งการลงทุนและการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการรักษาผลประโยชน์ของประเทศภายใต้กฎกติกาและกลไกทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก”

จากการร่วมทริป ได้รู้ว่า หากอยากรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์มากน้อยเท่าใด ให้ย้อนกลับไปช่วงที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ถูกน้ำท่วมใหญ่ในรอบหลายสิบปี เมื่อปลายปี 2567 ทำให้ต้องระดมทุกสรรพกำลังในการช่วยเหลือ จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของการทำความสะอาด เพื่อฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพปกติต่อไป ซึ่งหากเราไม่ยับยั้งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของธรรมชาติ อาจเกิดอุทกภัยใหญ่แบบนี้ขึ้นอีก ทำให้งบประมาณที่ควรใช้ไปกับการพัฒนาประเทศไทย ต้องสลับมาใช้กับการซ่อมแซมฟื้นฟูไม่รู้จบ จนพัฒนาไม่ทันโลกได้

ฉายภาพให้ชัดเจนมากขึ้น ตลาดหลักทรัพย์ฯได้เดินหน้าขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง คือ กิจกรรม พลังน้ำใจ สู่การฟื้นฟูโรงเรียน สถานที่โรงเรียนบ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระดับชั้นอนุบาล 2-ป.6 จำนวนนักเรียน 340 คนและคุณครู 21 คน เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดเชียงราย เมื่อเดือนกันยายน-ตุลาคม 2567 ส่งผลให้โรงเรียนหลายแห่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงได้ให้การช่วยเหลือฟื้นฟูโรงเรียนจำนวน 16 แห่ง งบประมาณ 3 ล้านบาท เพื่อให้โรงเรียนสามารถกลับมาเปิดสอนได้ตามปกติโดยเร็ว มีนักเรียนที่ได้รับการช่วยเหลือ คิดเป็นจำนวน 4,405 คน โดยโรงเรียนบ้านจ้องเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะมีคลองจ้องผ่านกลางโรงเรียน ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงมอบทุนก่อสร้างพนังกั้นน้ำ และสนับสนุนด้านสุขภาวะกายและการเรียนรู้ของเด็กๆ เพิ่มเติมด้วยการมอบโต๊ะเทเบิลเทนนิส (ปิงปอง) พร้อมอุปกรณ์ และหนังสือใหม่แก่โรงเรียนบ้านจ้อง

ความพิเศษที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำในด้านการศึกษาให้เห็นคือ เด็กๆ ที่นี่เพิ่งเคยได้เล่นปิงปองเป็นครั้งแรก ตอนที่ได้รับมอบโต๊ะปิงปองพร้อมอุปกรณ์จากตลาดหลักทรัพย์ฯไป ทำให้โครงการทำเพื่อสังคมแบบนี้จึงเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยต่อไป