ปธ.ตลท.มองเป้าจีดีพีไทยโตมากกว่า 3% เหนื่อย กาง 6 มาตรการ เร่งฟื้นตลาดหุ้นไทย
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภายใน 3-6 เดือนนี้จะมีมาตรการที่ชัดเจนออกมาสำหรับฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันที่ตลาดปรับตัวลดลงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวดี รวมถึงไม่มีเรื่องใหม่ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม
โดยเตรียมเสนอ 6 มาตรการให้กระทรวงการคลังพิจารณาโดยเร็ว ได้แก่ 1. แก้กฎหมายหลายฉบับแบบ Omnibus ทั้งกฎหมายที่เป็นอุปสรรคและกฎหมายที่ส่งเสริมการลงทุน เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ อาทิ กฏหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฏหมายมหาชน กฏหมายแพ่งและพาณิชย์ กฏหมายส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กฎหมายให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี
2. โครงการการซื้อหุ้นคืน ปลดล็อกให้มีความยืดหยุ่น หนุนราคาหุ้น และเพิ่มความคล่องตัวให้บจ.สามารถบริหารจัดการราคาหุ้น 3.โครงการ New S-Curve Economy เพื่อดึงดูดธุรกิจใหม่ ทั้งธุรกิจดิจิทัลและสุขภาพ ที่จดทะเบียนในไทย ซึ่งเป็นธุรกิจแห่งอนาคตของประเทศไทย ทั้งบริษัทไทยและต่างชาติให้เข้ามาจดทะเบียนใน SET โดยร่วมมือกับบีโอไอ ให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและมาตรการจูงใจ เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนและสร้างธุรกิจ ใหม่
4. โครงสร้างหุ้นสองระดับ (Dual Class) เพื่อสร้างความน่าสนใจให้บริษัทที่ดีเข้ามาจดทะเบียนมากขึ้น ซึ่งจากเดิมที่เจ้าของบริษัทอาจกลัวเสียอำนาจควบคุม 5.โครงการ Jump+ เพื่อทำให้บริษัทในตลาดหุ้นไทยมีผลประกอบที่ดีขึ้นและสร้างมูลค่าเพิ่มได้ โดยจะมีมาตรการจูงใจบริษัทเข้าร่วมโครงการ ด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี หากบจ.สามารถเพิ่มรายได้ตามแผนธุรกิจที่วางไว้ จะพิจารษลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือยกเว้นภาษีเงินปันผลส่วนที่เพิ่มขึ้น
6.โครงการออมเพื่อซื้อหุ้นไทย ส่งเสริมการลงทุนระยะยาว ลดหย่อนภาษี ภายใต้โมเดล Thailand Individual Saving Account (TISA) คล้ายกับโมเดล Nippon Individual Savings Account (NISA)ของประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างจูงใจให้ประชาชนออมและลงทุนในหุ้นระยะยาว เพิ่มเม็ดเงินลงทุนในตลาดทุน สร้างความมั่นคงทางการเงินให้ประชาชนในระยะยาว ซึ่งโครงการนี้จะทำให้นักลงทุนเข้าลงทุนหุ้นรายตัวได้โดยถือระยะยาว และสามารถนำไปลดหย่อนภาษีบุคคลประจำปี ภายใต้เพดานที่กำหนด
“จากทั้ง 6 มาตรการที่กล่าวมา คาดว่าเรื่องการซื้อหุ้นคืนน่าจะออกมาได้เร็วสุด แต่ทั้งหมดจะเริ่มได้ภายในปีนี้ ซึ่งต้องยอมรับตลาดหุ้นไทยอยู่ในสถานการณ์ที่ผันผวน ยังตอบไม่ได้ว่าปีนี้จะไปถึง 1,300 จุดหรือไม่” นายกิติพงศ์กล่าว
นายกิติพงศ์กล่าวว่า สำหรับมาตรการยุดแรงขายกองทุนรวมหุ้นระยะยาวหรือLTF โดยแปลงไปเป็นกองทุนThai ESG X ที่สามารถหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท ใน 5 ปี ได้มีการเสนอไปยังกระทรวงการคลังแล้ว ทั้งนี้เพื่อชะลอการขาย และพยุงตลาด รวมถึงจูงใจให้เกิดการลงทุนใหม่เพิ่มเติม
นายกิติพงศ์กล่าวว่า ทั้งนี้จากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน มองว่าการจะทำให้จีดีพีของไทยในปี 2568 เติบโตมากกว่า 3% น่าจะเหนื่อย ต้องมีมาตรการใหม่มากระตุ้นหรือขับเคลื่อน โดยเฉพาะการลงทุนโครงการใหม่ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ทั้งรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน รวมถึงเร่งการลงทุนที่ได้สิทธิตามบีโอไอไปแล้วให้เกิดขึ้นโดยเร็ว

