หัวเว่ย เร่งยกระดับอุตสาหกรรม Mobile AI
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ รายงานข่าวจาก หัวเว่ย แจ้งว่า ได้จัดประชุมสุดยอด Mobile AI Network ที่งาน MWC Barcelona 2025 โดยมีพันธมิตรชั้นนำจากหลายภาคส่วนร่วมงาน อาทิ ตัวแทนจากบริษัทวิเคราะห์ชั้นนำเช่น Ookla, Omdia และ ABI ผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI อย่าง Zhipu AI และผู้พัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์ AI จาก SHARGE โดยพวกเขาได้ร่วมกันอภิปรายในหลายประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรม ตั้งแต่การยกระดับอุตสาหกรรม Mobile AI ไปจนถึงแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการพัฒนาเครือข่าย
พร้อมเสนอแนวทางการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Mobile AI เพื่อเร่งการพัฒนาเครือข่ายสู่ 5G-Advanced และเสริมศักยภาพเครือข่ายให้พร้อมรองรับความเป็นอิสระระดับสูงในยุค Mobile AI
นายตัง เหวินฉวน (Dang Wenshuan) หัวหน้าสถาปนิกกลยุทธ์ของหัวเว่ย แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับกระแสการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก กล่าวว่า AI กำลังสร้างโอกาสทางธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การดำเนินงานประสบการณ์แบบครบวงจร ไปจนถึง AI New Calling, AI Homes และบริการและผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจขนาดกลางและย่อม (SMEs)
เพื่อให้ Mobile AI เกิดประโยชน์สูงสุด โดย 5G-Advanced เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างมูลค่าทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ให้บริการและพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่างๆ
โดยเครือข่ายกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับความเร็วในการอัปโหลดที่เพิ่มขึ้น 10 เท่า และการครอบคลุมที่ดีกว่า 10 dB รวมถึงประสิทธิภาพการใช้สเปกตรัมที่เพิ่มขึ้น 10 เท่า ทำให้เครือข่ายกลายเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเข้าถึง AI อย่างทั่วถึง ในขณะเดียวกัน AI ก็มีศักยภาพมหาศาลในการปรับปรุงเครือข่าย โดย AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ได้ถึง 30% ลดการใช้พลังงานลง 20% และทำให้การประกันบริการมีอัตราความสำเร็จสูงกว่า 90%
ตัวแทนจาก Ookla, Omdia, ABI, Zhipu AI และ SHARGE ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเติบโตของ AI บนมือถือ การที่อุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เช่น สมาร์ทโฟน AI และแว่นตา AI ได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้การโต้ตอบแบบหลายรูปแบบ (Multimodal Interaction) กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การเชื่อมต่อมือถือแบบเรียลไทม์มีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย พร้อมทั้งเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเติบของปริมาณข้อมูลในเครือข่าย

สำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย นี่เป็นทั้งโอกาสใหม่ในการสร้างรายได้ และความท้าทายใหม่ในด้านแบนด์วิดธ์อัปลิงค์ ความหน่วง และการครอบคลุมพื้นที่ทั้งในร่มและกลางแจ้งอย่างราบรื่น เครือข่ายมีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อยุคของ AI บนมือถือใกล้เข้ามา ผู้ให้บริการเครือข่ายจึงมีเป้าหมายร่วมกันในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น โมเดลภาษาขนาดใหญ่ ดิจิทัลทวิน และอื่นๆ เพื่อพัฒนาเอเจนต์ที่จะยกระดับประสิทธิภาพของเครือข่ายให้ดียิ่งขึ้น
ผู้ให้บริการเครือข่ายได้แบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จในการสร้าง 5G และการอัปเกรดสถาปัตยกรรมเครือข่าย โดยได้หารือถึงการบูรณาการคลื่นความถี่ การพัฒนาเสาอากาศหลายต้น และวิวัฒนาการของสถาปัตยกรรม SA เพื่อให้สามารถนำ 5G ไปใช้งานได้รวดเร็วในทุกย่านความถี่ ทั้งยังตอบสนองความต้องการประสบการณ์ผู้ใช้จากบริการ AI บนมือถือที่หลากหลาย พร้อมทั้งลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของ AI และเครือข่ายมือถืออย่างเต็มที่
ทำให้เครือข่ายอัจฉริยะสามารถมอบประสบการณ์บริการที่คาดการณ์ได้ และเพิ่มความสามารถในการควบคุมเครือข่ายระดับสูงผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร ซึ่งส่งผลดีต่อการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้และการดำเนินงานและบำรุงรักษาเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในงานสัมมนานี้ หัวเว่ย ได้นำเสนอทิศทางสำคัญ 2 ประการ ในการปรับตัวเข้าสู่ยุค AI บนมือถือ โดยมุ่งเน้นการช่วยผู้ให้บริการเครือข่ายพัฒนาเครือข่ายให้สามารถใช้ประโยชน์จากกระแส AI ได้อย่างเต็มที่ หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชัน GigaGreen, GigaBand และ GigaSpot รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับความสามารถในการรวมคลื่นความถี่ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โซลูชันเหล่านี้ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถลดความซับซ้อนในการติดตั้งเครือข่าย และเพิ่มความยืดหยุ่นในการขยายความจุ
พร้อมทั้งมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เหนือกว่าในทุกพื้นที่ พร้อมทั้งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยผู้ให้บริการใช้ประโยชน์จาก AI ในการเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายและเร่งการพัฒนาสู่ AN L4 อย่างรวดเร็ว
หัวเว่ยได้แนะนำกระบวนการจัดการทรัพยากรที่มีความสามารถในการประสานงานระหว่างดิจิทัลและบุคคล ซึ่งช่วยการจัดการและการจัดสรรทรัพยากรคลื่นความถี่วิทยุได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง และรองรับการประสานงานระหว่างตัวแทนหลายตัวในการทำงานที่ซับซ้อนโดยอัตโนมัติ
นอกจากนี้หัวเว่ยยังได้ร่วมมือกับ RAN Intelligent Service Engine (RISE) แพลตฟอร์มที่เปิดตัวโดย หัวเว่ยสำหรับการให้บริการความสามารถอัจฉริยะ เพื่อมอบการจัดการระบบอัตโนมัติในลักษณะ end-to-end สำหรับการให้บริการใหม่ที่มุ่งเน้นลูกค้า ซึ่งจะช่วยเร่งการเปิดตัวบริการในตลาด ทำให้เครือข่ายของผู้ให้บริการมีความอัจฉริยะ ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ในปี 2568 จะเป็นปีที่การเปิดตัว 5G-Advanced เชิงพาณิชย์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และ AI จะมีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และการดำเนินงานของผู้ให้บริการเครือข่าย หัวเว่ยพร้อมเดินหน้าจับมือกับผู้ให้บริการและพันธมิตรทั่วโลก เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ

