“สุริยะ” ร่วมประชุมสัมมนา The 15th Global Meeting of the NTA Network ชูข้อมูลขับเคลื่อนนโยบายรับมือสังคมสูงวัย
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ ณ ห้องประชุมโลตัส สวีท 5 – 7 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ที่ 1 กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง Policy and the Generational Economy : The 15th Global Meeting of the NTA Network โดยเน้นความสำคัญของข้อมูลทางเศรษฐกิจในการออกแบบนโยบายเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์
นายสุริยะ ระบุว่า ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” ตั้งแต่ปี 2566 โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด และภายในปี 2576 ไทยจะกลายเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) ซึ่งในปี 2583 ประชากรเกือบหนึ่งในสามจะเป็นผู้สูงอายุ อัตราการเกิดลดลงจาก 6 คนต่อผู้หญิง 1 คนในปี 1970 เหลือเพียง 1 คนในปัจจุบัน ส่งผลให้ประชากรของไทยจะถึงจุดสูงสุดที่ 66.7 ล้านคนในปี 2572 ก่อนจะเริ่มลดลง “ประเทศไทยต้องเผชิญความท้าทายนี้ในระดับรายได้ที่ต่ำกว่า ทำให้ต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ”
นายสุริยะ กล่าวว่า 3 ปัจจัยหลักที่กระทบเศรษฐกิจไทย นอกเหนือจากปัญหาภายในประเทศ ไทยยังต้องรับมือกับ 3 ปัจจัยระดับโลกที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ได้แก่
1. ประชากรสูงวัยทั่วโลก – องค์การสหประชาชาติคาดการณ์ว่าประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 120% ภายในปี 2593 ทำให้กำลังแรงงานลดลงแต่ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เกิด “เศรษฐกิจเงินหมุนของผู้สูงอายุ” (Silver Economy)
2. เทคโนโลยีและ AI – ปัญญาประดิษฐ์และบิ๊กดาต้าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ก็ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านแรงงาน
3. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ – ภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นส่งผลให้เกิดการย้ายถิ่นฐาน และเพิ่มความเปราะบางทางเศรษฐกิจและสังคม
นายสุริยะ กล่าวว่า ตนเน้นย้ำถึงความสำคัญของ บัญชีรายรับรายจ่ายตามช่วงวัยแห่งชาติ (NTA) ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์การไหลเวียนของทรัพยากรระหว่างรุ่น โดยช่วยให้รัฐบาลเข้าใจว่าแต่ละช่วงวัยมีบทบาทต่อเศรษฐกิจอย่างไร ทั้งในแง่ของการสร้างรายได้และการใช้จ่าย นอกจากนี้ นายสุริยะ กล่าวว่า ข้อมูลจาก NTA ยังสามารถใช้กำหนดนโยบายที่เหมาะสม เช่น การปรับปรุงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือการลงทุนในภาคการศึกษาและสาธารณสุข
นอกจากนี้ การขยายไปสู่ บัญชีรายรับรายจ่ายด้านเวลาแห่งชาติ (NTTA) และ บัญชีรายรับรายจ่ายเพื่อความครอบคลุมแห่งชาติ (NIA) ยังช่วยให้เข้าใจปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมในมิติที่ลึกขึ้น
“ประเทศไทยเผชิญความท้าทายทางการคลังจากการลดลงของกำลังแรงงาน ซึ่งจะทำให้รายได้จากภาษีลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมเพิ่มสูงขึ้น NTA จะช่วยให้เราสามารถคาดการณ์ความยั่งยืนทางการคลัง และจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ” นายสุริยะ กล่าว
ทั้งนี้ นายสุริยะ กล่าวว่า เครือข่าย NTA มีบทบาทสำคัญในการพัฒนางานวิจัยและเสริมสร้างความร่วมมือระดับโลกเพื่อรับมือกับความท้าทายทางประชากรศาสตร์ ประเทศไทยได้รับประโยชน์จากองค์ความรู้ที่เครือข่ายนี้แบ่งปัน และการประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี
“หากเราร่วมมือกันและใช้ศักยภาพของ NTA อย่างเต็มที่ เราจะสามารถสร้างอนาคตที่ยุติธรรมและยั่งยืนสำหรับคนทุกวัย” นายสุริยะ กล่าว


