ครม. ไฟเขียว ตั้งกองทุน Thai ESG X ปลุกตลาดหุ้นไทย-ดึงเม็ดเงินใหม่ ภายใน มิ.ย.ให้สิทธิโยก LTF เดิมมาลง หักภาษีได้ 5 แสน
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (11 มี.ค.) มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นตลาดหุ้นในปี 2568 เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการจัดตั้งกองทุน Thai ESG X ขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่ซื้อหน่วยลงทุนใหม่นี้ ในช่วงเวลาภายใน 2 เดือนหลังจากตั้งกอง แต่ไม่เกินสิ้นเดือน มิ.ย. 2568 จะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเป็นพิเศษอีกไม่เกิน 300,000 บาท
รวมถึงผู้ที่ถือหน่วยลงทุน กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) อยู่ในปัจจุบัน ยังไม่ได้ขายออกไป หากมีความประสงค์จะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีต่อ ก็ให้แจ้งความประสงค์โอนย้ายหน่วยลงทุนมาอยู่ใน Thai ESG X ได้เช่นเดียวกัน จะสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 500,000 บาท โดยทยอยหักในปีแรกไม่เกิน 300,000 บาท ที่เหลือนำมาเฉลี่ยหักใน 4 ปี ซึ่งการแจ้งย้ายกองต้องดำเนินการภายใน 2 เดือน แต่ไม่เกินสิ้นเดือน มิ.ย.2568 เช่นเดียวกัน ส่วนกอง LTF เดิมยังคงอยู่ หากใครไม่ย้าย ซึ่งอาจจะรอขาย ก็จะไม่ได้สิทธิลดหย่อนภาษี
ที่มาประชาชาติธุรกิจ :ด่วน! ครม.เคาะตั้งกองทุน ‘Thai ESG X’ ปลุกตลาดหุ้นไทย-ดึงเม็ดเงินใหม่ภายใน มิ.ย.
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติจัดตั้งกองทุน Thai ESG EXTRA ขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นการทดแทน กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายใหม่ด้วย โดยให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 5 แสนบาท
ทั้งนี้แบ่งเป็นระยะแรก คือ นักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) 1.8 แสนล้านบาท หากย้ายมาอยู่ในกองทุน Thai ESG EXTRA ปีภาษี 2568 จะได้รับสิทธิประโยชน์ได้ไม่เกิน 3 แสนบาท ส่วนอีก 2 แสนบาทที่เหลือ จะให้ลดหย่อนภาษีปีละ 5 หมื่นบาท ในปีที่ 2-5 ส่วนกลุ่มนักลงทุนรายใหม่ หากจะเข้ามาลงทุนใน Thai ESG EXTRA จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อยภาษีสูงสุด 3 แสนบาท โดยจะเปิดช่วงเดือนพฤษภาคม –มิถุนายน 2568
โดยนักลงทุนที่ถือ LTF อยู่ สามารถเลือกได้ว่าจะย้ายกองทุนมาที่ Thai ESG EXTRA หรือไม่ โดยหากย้ายกองมาก็จะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กล่าวมาข้างต้น แต่จะต้องย้ายวงเงินการลงทุนมาทั้งหมด
นอกจากนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ตนจะมีการเรียกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กลุ่มบริษัท SET 50-100 มาหารือถึงการสร้างความยั่งยืนของ ESG รวมทั้งการออกกฎหมายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจก.ล.ต. มีอำนาจสอบสวนคดีอาญาเพิ่มขึ้น เพื่อดูแลปัญหาได้อย่างเร่งด่วน คาดว่าจะได้ข้อสรุป ไม่เกิน 2 สัปดาห์ และเสนอครม.อนุมัติต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ เวลา 14.00 น. โฆษกกระทรวงการคลังพร้อมด้วยผู้แทนกลต. แถลงข่าวเรื่อง LTF ตามมติครม. ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดได้อีกครั้ง

