กระอัก! มะกันขึ้นภาษีนำเข้าอะลูมีเนียมอีก 15% มีผลแล้ว ไทยโดนด้วย หวั่นทุบส่งออก พณ.เตรียมเจรจาต่อรอง
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม รายงานข่าวจากกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าเมื่อเร็วๆ นี้นายโดนัล ทรัมป์ ได้ลงนามประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเหล็ก และอะลูมิเนียมจากทุกประเทศ (Global Tariff) ภายใต้มาตรา 232 (กฎหมาย Trade Expansion Act 1962) โดยใช้เหตุผลด้านความมั่นคงของประเทศ (National Security) โดยได้ประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าอลูมิเนียมและผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียมจากไทยและประเทศอื่นๆ จากอัตราเดิม 10% เป็น 25% โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 2568 เป็นต้นไป
ส่วนภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กจากประเทศไทย สหรัฐฯยังไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นจากไทย โดยยังคงจัดเก็บในอัตราเดิมที่ 25% แต่มีการขยายการเก็บภาษีนำเข้าให้ครอบคลุมทุกประเทศจากเดิมเก็บเฉพาะบางประเทศเท่านั้น โดยให้มีผลตั้งแต่ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 2568 เช่นกัน
รายงานข่าวแจ้งว่าเบื้องต้นกรมการค้าต่างประเทศได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการผลิตอะลูมิเนียมและผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียมอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว รวมถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยได้สรุปข้อมูลการหารือนำเสนอให้คณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐที่ มีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นั่งเป็นประธานคณะทำงานแล้ว
“คณะทำงานฯจะนำข้อมูลดังกล่าวไปศึกษาวิเคราะห์ ประสานงานกับภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแนวทางในการเจรจาแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ พร้อมทั้งเตรียมท่าทีในการเจรจาต่อรองให้แก่รัฐบาลไทยต่อไป รวมทั้งการประสานงานกับภาคเอกชนเพื่อให้ดำเนินตามนโยบายและมาตรการของรัฐบาล”
รายงานข่าวแจ้งว่าการขึ้นภาษีนำเข้าอะลูมิเนียมจากไทยจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบัน สหรัฐฯเป็นตลาดส่งออกอันดับ 2 ของไทยหรือมีสัดส่วนราว 15% ของการส่งออกอะลูมิเนียมทั้งหมด โดยในปี 2567 ที่ผ่านมาไทยส่งออกผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียมไปยังสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่า ทั้งสิ้น 16,998 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 65.53 % ส่วนการส่งออกในช่วงเดือนแรกปี 2568 คือ ม.ค. ส่งออกได้รวมมูลค่า 1,423 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 85.67% โดยสินค้าที่ไทยส่งออกสำคัญ ได้แก่ ฟอยล์อะลูมิเนียม และอะลูมิเนียมแผ่นบาง

