“พิชัย” จ่อร่วมวงประชุมสมาคมธนาคารไทย 18 มี.ค.นี้ ถกลดดอกเบี้ย-ปล่อยกู้รายย่อยเพิ่ม เร่งออกมาตรการอสังหาฯ
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน โครงการ “สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส” ว่ารัฐบาลเร่งรัดการขับเคลื่อนและกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจผ่านมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะมาตรการสินเชื่อเพื่อเติมเงินเข้าหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ทั้งสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อย กระทรวงการคลังจึงได้มอบหมายธนาคารออมสิน ออกมาตรการสินเชื่อที่ผ่อนคลายเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติแก่ลูกค้ารายย่อยกลุ่มฐานราก ตั้งเป้าหมายปีแรก 3 แสนราย พร้อมเตรียมขยายความช่วยเหลือได้ถึง 1 ล้านราย ภายใน 3 ปี
นายพิชัยกล่าวว่า ทั้งนี้ โครงการ “สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส” เป็นการช่วยให้ผู้ที่เคยยื่นขอกู้แต่ติดปัญหาความเสี่ยงเครดิตทำให้ไม่เคยขอสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินได้ หรือเป็นผู้ที่ไม่เคยตรวจประวัติเครดิต ได้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมและวางรากฐานไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
“ขณะนี้เศรษฐกิจเริ่มกลับมีการกระเตื้องขึ้นแล้ว โดยดูจากราคาซื้อขายรถกระบะมือสอง ที่ก่อนนี้ราคาต่ำลง กลับมาราคาสูงขึ้นแล้ว เพราะคนไม่อยากปล่อยให้รถกระบะหลุดไปแล้ว แต่ในเรื่องการให้สินเชื่อรถกระบะนั้น รัฐบาลก็จะยังคงดูแลต่อเนื่อง” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวว่า ขณะเดียวกันจากที่รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง แตะ 90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) นั้น โดยออกโครงการ คุณสู้ เราช่วย ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วม 30% ของกลุ่มเป้าหมายแล้ว ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 50% ในเร็วๆ นี้ รวมทั้งเรื่องของหนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ (Special Mention Loan:SM) หรือหนี้ที่ค้างชำระระหว่าง 1-3 เดือน ก็มีสถานการณ์ที่ดีขึ้น และหนี้เสียหรือ เอ็นพีแอล ก็เริ่มมีแนวโน้มทรงตัวแล้ว
นายพิชัยกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนจะไปร่วมประชุมกับสมาคมธนาคารไทย ในวันที่ 18 มีนาคมนี้ ซึ่งจะเป็นการเข้าไปร่วมฟังการประชุมของสมาคมธนาคารไทย และตนจะร่วมหารือถึงเรื่องอัตราดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ และการผ่อนปรนเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อเพื่อให้รายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินในระบบมากขึ้น

นายพิชัยกล่าวว่า ส่วนการหารือร่วม 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้พูดคุยถึงเรื่องการขอผ่อนปรนอัตราส่วนการให้สินเชื่อโดยเทียบกับมูลค่าหลักประกัน Loan to Value หรือแอลทีวี ของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งพิจารณาการลดค่าธรรมเนียมการโอนบ้าน จากปกติ 2% และค่าจดจำนองจาก 1% ซึ่งการพิจารณาทั้งสองเรื่องนี้เป็นไปในทิศทางที่ดี ส่วนจะทันงานมหกรรมบ้านและคอนโดปลายเดือนมีนาคมนี้หรือไม่นั้น ตนจะเร่งให้เร็วที่สุด เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)


