อสังหาฯ ขอยาเร็ว ยาแรง ลดค่าโอน 0.01% เลิก LTV กระตุ้นด่วนก่อนเปิดงานมหกรรมบ้าน-คอนโด 20-23 มี.ค.นี้
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า หลังจาก 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทย ได้เข้าพบนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถึงแนวทางการขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อประคับประคองตลาดในปี 2568 ล่าสุดทราบว่าจะมีข่าวดีออกมาในเร็วๆนี้ ทั้งในส่วนของการลดค่าโอนและจำนอง 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาทและการผ่อนปรนมาตรการLTV ชั่วคราว
“ด้วยสภาพตลาดตอนนี้เราต้องการยาเร็วและยาแรง จากนโยบายการเงินและการคลังออกมาพร้อมกัน โดยขอให้ออกมาก่อนงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20-23 มีนาคมนี้ ซึ่งงานครั้งนี้จะเป็นปรอทวัดและจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวของตลาดในประเทศของอสังหาริมทรัพย์ไทย”นายประเสริฐกล่าว
นายประเสริฐกล่าวว่า สำหรับข้อเสนอของ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่
1.การยกเลิกการใช้มาตรการ LTV เป็นการชั่วคราว ในทุกระดับราคา ในบ้านทุกหลัง โดยธนาคารแห่งประเทศไทย
2.การปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อส่งผ่านไปยังดอกเบี้ยที่แท้จริง ทั้ง MRRและ MLR ให้มากที่สุด เพื่อลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ของประชาชนและภาคเอกชน

3.เสนอลดค่าจดทะเบียนการโอนอสังหาฯจาก 2% เหลือ 0.01% และ ลดค่าจดทะเบียนจำนองอสังหาฯจาก 1% เหลือ 0.01% ถึง 31 ธันวาคม 2568 ในระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ให้มีผลเร็วที่สุดก่อนจบไตรมาส 1/2568 เพื่อลดผลกระทบในไตรมาส 1 เนื่องจากมียอดค้างโอนรอมาตรการจำนวนมาก และลดผลกระทบงบการเงินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1
4.การวางโครงสร้างสัญญาเช่าระยะยาวสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ 60 – 70 ปี โดยไม่ให้ตางชาติถือครองที่ดิน และหรือการเพิ่มสัดส่วนการถือครองอาคารชุดของชาวตางชาติ จาก 49% เป็น 75% โดยจำกัดพื้นที่ พร้อมการจัดระเบียบการอยู่อาศัยของชาวต่างชาติในฐานะผู้อยู่อาศัย หากสัญญาเช่าระยะยาว 60-70 ปี มีผลบังคับใช้ ส่วนการถือครองอาคารชุดของชาวต่างชาติส่วนเกิน 49% ให้ใช้สัญญาเช่าระยะยาว 60-70ปี พร้อมการเก็บภาษีจากการถือครองและสัญญาเช่าระยะยาวของชาวต่างชาติ ทั้งของใหม่และของเดิมที่อยู่ในระบบและกดดันที่อยู่นอกระบบให้เข้าระบบ เพื่อจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีบานของผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เป็นโครงสร้างถาวรและขยายฐานภาษีขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ของคนไทย
“ปัญหาโครงสร้างของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยแก้ยากที่สุด ใช้เวลายาวนานที่สุด และไม่แน่ใจว่าจะสามารถแก้ได้ โดยตลาดในประเทศมีความต้องการ แต่ไม่สามารถซื้อได้ เพราะไม่มีความสามารถในการกู้และไม่มีโครงสร้างสนับสนุนเป็นการถาวรจากภาครัฐ ขณะที่ตลาดต่างประเทศมีความต้องการ แต่ไม่มีโครงสร้างรองรับอย่างถูกต้องตามกฎหมายและโปร่งใส มีเพียงการซื้อคอนโดมิเนียมในโควตา 49% ตามกฎหมายอาคารชุด ขณะเดียวกันไม่มีการจ้ดระเบียบควบคุมการอยู่อาศัยของชาวชาติ “นายประเสริฐกล่าว
นายดลพิวัฒน์ ปรีดาวิภาต ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 เปิดเผยว่า งานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งนี้ มีบ้านและคอนโดกว่า 1,000 โครงการ จาก 200 ผู้ประกอบการที่มาออกบูธ โดยตั้งเป้า 4 วัน มียอดขาย 4,000 ล้านบาท และเชื่อว่าหากมีมาตรการลดค่าโอนและจำนองและผ่อนเกณฑ์ LTV ออกมาทัน จะเป็นแรงผลักดันช่วยกระตุ้นให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยตัดสินใจซื้อขายภายในงานและกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ท่ามกลางตลาดอสังหาฯ ไทยปี 2568 ที่ยังอยู่ในช่วงปรับตัว หลังเผชิญกับมาตรการการเงินที่เข้มงวด อาจส่งผลให้กำลังซื้อชะลอตัวอยู่บ้าง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรกและกลุ่มรายได้ปานกลาง


