หน้าแรก เศรษฐกิจ คนไทยวิกฤต เค...

คนไทยวิกฤต เครดิตบูโรชี้ มีเพียง 25% ที่กู้ผ่าน หนี้ครัวเรือนสูงทะลุ 16 ล้านล้านบาทแล้ว

20.03.25 | 14:37 น.

คนไทยวิกฤต เครดิตบูโรชี้ มีเพียง 25% ที่กู้ผ่าน หนี้ครัวเรือนสูงทะลุ 16 ล้านล้านบาทแล้ว

วันที่ 20 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กถึงข้อเท็จจริงและความน่ากังวลสำหรับสถานการณ์หนี้ของคนไทย ณ ตอนนี้

โดยมีรายละเอียดว่า ในภาพแรกสถาบันวิจัยป๋วย​ ได้นำข้อมูล​สถิติที่ไม่มีตัวตนจากเครดิตบูโร ​จำนวนกว่า​ 27 ล้านลูกหนี้​ ไปแยกแยะสุขภาพ​ทางการเงิน จากภาระหนี้สิน แล้วนำไปนำเสนอในงานสัมนาวิชาการ​ของธนาคารกลางปีที่แล้ว​

ข้อมูล​บ่งบอกว่า​ ในระบบการเงินของเราเวลานี้ มีคนที่มีสุขภาพทางการเงินในระดับดี​ ซึ่งน่าจะพอยื่นกู้ได้เพียง​ 25% ​ ที่เหลือก็ดูจะมีเงื่อนไขที่ดูจะยากในการได้รับอนุมัติตามมาตรฐานสินเชื่อในปัจจุบันที่เข้มถึงเข้มมาก​

ภาพที่ 1

ตามมาด้วยภาพที่สอง เป็นภาพใหญ่ของสินเชื่อในระบบที่มีการส่งข้อมูล​มาที่เครดิตบูโร​ทุกเดือน​ ตัวเลขคือ​ 13.6 ล้านล้านบาท​ ถ้าบวกเพิ่มด้วยหนี้ที่สหกรณ์​ออมปล่อยกู้สมาชิกและกยศ.และอื่นๆ ก็จะไปอยู่ที่​ 16.3 ล้านล้านบาท หรือที่เรียกว่า หนี้ครัวเรือนนั่นเอง

Advertisement

การเติบโตของหนี้ของบุคคลธรรมดาในระบบเท่ากับ​ -​0.5%yoy​ หมายถึง สินเชื่อรายย่อยแทบไม่ขยับ​ เราจึงเห็นการบ่นทั่วแผ่นดินว่า กู้ไม่ได้​ กู้ไม่ผ่าน​ อัตราการปฎิเสธการให้สินเชื่ออยู่ในระดับที่สูง​ หลายท่านคงเห็นด้วย เมื่อไปดูรายงานในหลายๆแห่ง ก็จะพูดถึง การหดตัวของสินเชื่อรายย่อย, SMEs. ​เป็นต้น

ภาพที่ 2

เจาะลงไปยังไส้ในหนี้ ของนาย-ก.นาย-ข. จะพบว่า

  • 1.22​ ล้านล้านบาท เป็นหนี้เสีย​ NPLs คิดเป็นจำนวนทุกประเภทสินเชื่อ​ 9.5 ล้านบัญชี
  • 5.8 แสนล้านบาท เป็นหนี้ที่กำลังจะเสีย,หนี้กล่าวถึงเป็นพิเศษหรือหนี้​ SM.​จำนวน​ 1.9 ล้านบัญชี

หนี้เสียไปแล้ว จากนั้นนำมาปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา หรือหนี้​ NPLs. เอามาทำ​ TDR.​กลายเป็นหนี้ปรับโครงสร้างอีก​ 1 ล้านล้านบาท คิดเป็น​ 3.7 ล้านบัญชี

ต่อมาคือ หนี้เริ่มค้างชำระ หรือเริ่มมีปัญหา แต่ยังไม่เกิน​ 90 วัน ซึ่งมีการรีบเอามาทำการปรับโครงสร้างหนี้ เชิงป้องกันหรือทำ​ DR. เพื่อให้กลับมาเป็นหนี้ปกติ​ เริ่มเก็บข้อมูล​เดือนเมษายน​ 2567​ ตอนนี้ยอดสะสมเท่ากับ​ 9.2 แสนล้านบาท จำนวน​ 1.7 ล้านบัญชี

ท่านผู้มีเกียรติ​ทุกท่าน​ ด้วยตัวเลขหนี้ที่มีลักษณะ​ต่างๆข้างต้น​ ด้วยจำนวนมูลหนี้เป็นบาท​ ด้วยจำนวนที่นับเป็นบัญชี​แล้ว​ เรามีปัญหาระดับที่อาจเรียกว่า วิกฤติได้ การฟื้นตัวของรายได้ไม่มากพอ​ ไม่ทั่วถึง​ ยังมาไม่เต็มที่และไม่เหมือนเดิม​

ประกอบกับคนที่พยายามจะขอกู้ติดกำแพงดังนี้ ชนกำแพงอายุ​ เพราะถ้าจะต้องผ่อนเกินอายุ​ 60,65 ปี​ ใครเขาจะให้กู้ ชนกำแพงรายได้​ เพราะมันมีข้อกำหนดเรื่อง​ Debt​ to income, หนี้ต่อรายได้​ว่า เต็มศักยภาพ​ในการหารายได้มาจ่ายหนี้ถ้าจะก่อเพิ่มได้หรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับการชนกำแพงสถานะทางเครดิต คือ​ เป็นคนเคยค้างชำระหรือไม่ เป็นคนที่กำลังค้างอยู่หรือไม่ เป็นหนี้เสียหรือไม่​ เคยเป็นหนี้ปรับโครงสร้าง​หรือ สารพัดในคุณลักษณะ​​ อย่างที่กล่าวข้างต้น​ เรามีคนสุขภาพ​ทางการเงินดี​ 25% หรือประมาณ​ 5 ล้านคน​ ซึ่งหลายคนไม่มีความจำเป็นต้องกู้

ภาระหนี้สินกองเป็นภูเขา หลังเจอหลุมรายได้​ มันฉุดกระชากเศรษฐกิจ, เซาะกร่อนบ่อนทำลาย​รากฐานความเข้มแข็ง​ของเศรษฐ​กิจ​ ดังนั้นมาตรการที่กำลังแก้อยู่ ไม่ว่า​คุณสู้​ เราช่วย,​ จ่ายตรง​ คงทรัพย์,​ ปิดจ่ายจบ​ หรือที่กำลังวิวาทะฝุ่นตลบ​ หากทางใดทางหนึ่ง​ หรือทางหนึ่งทางใดจะทะลุปัญหานี้​

นอกเหนือจากออกมาพูดเก๋ไก๋​ ว่าเป็นเรื่องโครงสร้าง แต่ไม่บอกวิธีแก้ชัดๆ​ แล้วก็​ เราควรใจกว้างๆ​ ใจร่มๆ​ เปิดรับฟังวิธีการ​ เราควรสู้กับเรื่อง​ ไม่ใช่สู้กับคนให้มีเรื่อง​ ต้องคิดบวก​ ไม่ใช่พร้อมบวก​ บ้านเมืองถึงจะวิวัฒน์​ ถ้าติไปทุกเรื่องมันก็วิบัติ ถอยออกมาดูข้อมูล​ ข้อเท็จจริง ด้วยความเคารพทุกๆท่าน