พณ. นำทีม ลุย แอฟริกาใต้ ถกนำเข้าผลไม้-ข้าวไทย เพิ่ม จ่อหารือเจทีซีระดับรัฐมนตรีต่อ
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ พร้อมกับ นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เข้าหารือกับนางสาวโรสแมรี่ โนคูโซลา คาปา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และการประมง สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ณ กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และการประมง กรุงพริทอเรีย ช่วงเช้าของวันที่ 25 มีนาคม ซึ่งเป็นวันแรกของการเยือนสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ประสบการณ์ทางด้านการค้า การลงทุน การขนส่ง และคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรระหว่างกัน
นายวรวงศ์ กล่าวว่า ในการหารือ ฝ่ายแอฟริกาใต้ แสดงความต้องการนำเข้ามังคุดและลำไยจากไทย เพิ่มเติมจากเดิมที่นำเข้าข้าวไทย ซึ่งสัดส่วนกว่า 90% ของการนำเข้าทั้งหมด โดยไทยขอให้พิจารณานำเข้ามะม่วงไทยด้วย

ขณะที่แอฟริกาใต้ขอให้ไทยพิจารณานำเข้าสินค้าปศุสัตว์ เช่น เนื้อวัวและนกกระจอกเทศ เพิ่มเติมจากไทยนำเข้าแอปเปิ้ลจากแอฟริกาใต้ ฝ่ายไทยโดยกระทรวงพาณิชย์ ยินดีจะทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างใกล้ชิด สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเกี่ยวกับสินค้าเกษตรของแอฟริกาใต้ในช่วงพฤศจิกายนนี้ เพื่อให้สินค้าเกษตรส่งออกของไทยเป็นตามมาตรฐานของแอฟริกาใต้
นายวรวงศ์ กล่าวต่อว่า พร้อมกันนี้ สองฝ่ายเห็นพ้องยกระดับการหารือความร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า(เจทีซี)ไทย-แอฟริกาใต้ จากระดับเจ้าหน้าที่ เป็นระดับรัฐมนตรี โดยไทยเสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมภายในปีนี้ ซึ่งทางแอฟริกาใต้สนใจเจรจาเป็นพหุพาคี มากกว่าทวิภาคี
ขณะเดียวกัน สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ได้อยู่ในกลุ่มสหภาพศุลกากรแอฟริกาใต้ (SACU) จึงได้มีหารือถึงการเจรจาจัดทำ FTA กับสหภาพศุลกากรแอฟริกาตอนใต้ (SACU) เพื่อให้สามารถบรรลุขอตกลงได้โดยเร็วภายในปีนี้หรือปีหน้านี้
“รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรฯของแอฟริกาใต้ กล่าวชื่นชมรัฐบาลไทยที่มีนโยบายด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ที่มีเป้าหมายขยายตัว 5% ต่อปี ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกับนโยบายเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้อีกด้วย” นายวรวงศ์ กล่าวและว่า ในการเยือนครั้งนี้จะมีการลงนามขายข้าวไทยให้กับแอฟริกาใต้อีกเกือบ 4 แสนตัน

จากนั้น ช่วงบ่ายนายวรวงศ์ เดินทางไปร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าไทยที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตฟู้ดเลิฟเวอร์มาร์เก็ต (Food Lover’s Market) สาขา Castle Gate กรุงพริทอเรีย สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ พร้อมโชว์ฝีมือทำต้มยำกุ้ง เสิร์ฟด้วยข้าวหอมมะลิไทย ให้ผู้บริโภคชาวแอฟริกาใต้ได้ลิ้มลอง ซึ่งในกิจกรรมยังเชิญชวนลูกค้าในห้างมาชิมอาหารไทย อาทิ ต้มยำกุ้ง ผัดไทย มัสมั่นไก่ ข้าวหอมมะลิไทย และแจกข้าวหอมมะลิไทย เครื่องปรุงรส ซอส อาหารกระป๋อง เพื่อให้ชาวแอฟริกาได้นำไปปรุงเป็นอาหารต่อไป
ทั้งนี้ กิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าไทยที่ Food Lover’s Market จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศ โดยมีกำหนดจัดกิจกรรม 6 ครั้ง กับ 6 สาขา ตั้งแต่เดือนมีนาคม – เมษายน 2568 โดยFood Lover’s Market เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในแอฟริกาใต้ เปิดให้บริการมากว่า 30 ปี มี 120 สาขาในแอฟริกาใต้ รวมถึงในบอตสวานา ซิมบับเว และ นามิเบีย สินค้าไทยที่วางจำหน่ายใน Food Lover’s Market เช่น ข้าวนึ่ง ข้าวขาว ข้าวหอมมะลิไทย ปลากระป๋อง กะทิกระป๋อง เครื่องแกง/เครื่องปรุงรส ซอส เส้นหมี่ ขิงดอง ทั้งนี้ Food Lover’s Market เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต (mass market หรือ mainstream) ที่มีสินค้าไทยวางจำหน่ายมากที่สุดในแอฟริกาใต้ นอกจากนี้ สินค้าไทยยังมีวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกเอเชีย (niche market) ซึ่งมีสินค้าไทยหลากหลายรายการกว่าซุปเปอร์มาร์เก็ต mainstream

ปี 2567 แอฟริกาใต้ เป็นตลาดส่งออกสำคัญ อันดับที่ 23 ของไทย และเป็นตลาดส่งออกสำคัญ อันดับที่ 1 ในทวีปแอฟริกา หรือคิดเป็น 44.14 %ของมูลค่าส่งออกไทยไปยังทวีปแอฟริกา รองลงมาคือ อียิปต์ เซเนลกัล ลิเบีย ตามลำดับ โดยไทยส่งออกสินค้าไปยังแอฟริกาใต้ มูลค่า 3,065.85 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ทั้งนี้ สินค้าส่งออกมูลค่าสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (ร้อยละ 33.63 ของมูลค่าการส่งออกไทยไปแอฟริกาใต้) (2) ข้าว (ร้อยละ 15.59) (3) เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ (ร้อยละ 12.22) (4) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล (ร้อยละ 5.89) และ (5) ผลิตภัณฑ์ยาง (ร้อยละ 4.49) ตามลำดับ อนึ่ง ปี 2567 ไทยได้ดุลการค้าประเทศแอฟริกาใต้ มูลค่า 2,462.12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

