บอร์ดรถไฟ อนุมัติ ร่างฉบับแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน ลงนามแก้สัญญา มิ.ย.68
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด รฟท. ได้พิจารณาเห็นชอบอนุมัติ ร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ฉบับแก้ไข แล้ว โดยขั้นตอนต่อไป ทาง รฟท. จะส่งร่างแก้ไขสัญญาให้ คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน(คณะกรรมการกำกับสัญญา) ตาม พ.ร.บ. อีอีซี ให้ความเห็นก่อน จากนั้นขั้นตอนต่อไป จะส่งร่างสัญญาฉบับแก้ไข ให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบภายในเดือนเมษายน 2568 เพื่อตรวจสอบตามขั้นตอน ซึ่งจะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 30 วัน และจากนั้นเมื่อผ่านการตรวจสอบก็ต้องกลับมาที่บอร์ดรถไฟเพื่อรับทราบ
นายอนันต์ กล่าวว่า จากนั้นขั้นตอนต่อไป เมื่อ บอร์ดการรถไฟฯ รับทราบ ทาง รฟท. จะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี พิจารณา ก่อนที่ส่งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบ และ เมื่อ ครม. อนุมัติ คาดว่าจะมีการลงนามแก้ไขสัญญาร่วมทุนฯ ภายในเดือนมิถุนายน 2568 และ สำหรับแผนก่อสร้าง หลังจากออก หนังสือแจ้งเริ่มงาน (Notice to Proceed: NTP) เอกชนที่จะรับผิดชอบการก่อสร้าง จะต้องเริ่มงานภายใน 30 วัน และ จะใช้เวลาขั้นออกแบบและก่อสร้างทั้งหมด 5 ปี นับจากวันที่ออกหนังสือเริ่มแจ้งงาน และ คาดว่าจะดำเนินการเสร็จและสามารถเปิดให้บริการในช่วงปี 2572
อย่างไรก็ตาม นายอนันต์ กล่าวว่า ที่ประชุม บอร์ดย้ำว่า หลังจากที่ผ่านบอร์ดไป จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนให้ถูกต้อง
นอกจากนี้ นายอนันต์ กล่าวว่า สำหรับการก่อสร้าง รูปแบบเร่งด่วนที่เอกชนจะต้องดำเนินการ คือ เร่งออกแบบโครงสร้างร่างร่วม และเริ่มการก่อสร้างบริเวณใต้รันเวย์ ที่ 2 สนามบินอู่ตะเภา และบางซื่อ-ดอนเมือง บริเวณที่มี โครงสร้างร่วมกับโครงการรถไฟไทย-จีน(สัญญา 4-1 )
ทั้งนี้ นายอนันต์ กล่าวว่า หลักการการแก้สัญญามีทั้งหมด 5 ประเด็น ได้แก่ แก้ไขปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ภายใต้สัญญาใหม่ 5 ข้อ คือ
1. วิธีชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุน (Public Investment Cost : PIC) จากเดิม รัฐจะจ่ายเมื่อเอกชนเปิดเดินรถไฟความเร็วสูง โดยรัฐจะ “แบ่งจ่าย” เป็นเวลา 10 ปี ปีละเท่าๆ กันรวมเป็นเงินจำนวน 149,650 ล้านบาท เปลี่ยนมาเป็นรัฐจะจ่ายเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้างที่ รฟท.ตรวจรับวงเงินไม่เกิน 120,000 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขให้เอเชีย เอรา วัน ต้องวางหลักประกันเพิ่มเติมจากสัญญาเดิมรวมเป็นจำนวน 152,164 ล้านบาท เพื่อประกันว่างานก่อสร้างและรถไฟความเร็วสูงจะเปิดให้บริการได้ภายในระยะเวลา 5 ปี กรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างจะทยอยตกเป็นของ รฟท.ทันทีตามงวดการจ่ายเงินนั้นๆ
2. การกำหนดการชำระค่าสิทธิให้ร่วมลงทุนในโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงค์ (ARL) จะให้เอเชีย เอรา วัน แบ่งชำระค่าสิทธิจำนวน 10,671.09 ล้านบาท ออกเป็น 7 งวดเป็นรายปี ในจำนวนแบ่งชำระเท่าๆ กัน แต่บริษัทจะต้องชำระงวดแรก ณ วันที่ลงนามแก้ไขสัญญากับ รฟท. และบริษัทยังต้องวางหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารในมูลค่าเท่ากับค่าสิทธิ ARL รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเงินอื่นๆ ที่ รฟท.จะต้องรับภาระด้วย
3. การกำหนดส่วนแบ่งผลประโยชน์ตอบแทน (Revenue Sharing) เพิ่มเติม หากในอนาคตอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของโครงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญและเป็นผลทำให้เอเชีย เอรา วัน ได้ผลประโยชน์ตอบแทน (IRR) เพิ่มขึ้นเกินกว่า 5.52% แล้วก็จะให้สิทธิ รฟท.เรียกให้บริษัทชำระส่วนแบ่งผลประโยชน์เพิ่มได้ตามแต่จะตกลงกันต่อไป
4. การ “ยกเว้น” เงื่อนไขการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed : NTP) ให้คู่สัญญาจัดทำบันทึกความตกลงยกเว้นเงื่อนไข NTP ที่ยังไม่สำเร็จ (การรับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ) เพื่อให้ รฟท.สามารถออกหนังสือ NTP ให้กับเอเชีย เอรา วัน ได้ทันทีหลัง 2 ฝ่ายลงนามในการแก้ไขสัญญา และ
5. ป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสถานะทางการเงินของโครงการ โดยทำการปรับปรุงข้อสัญญาในส่วนของ “เหตุสุดวิสัย” กับ “เหตุผ่อนปรน” ให้สอดคล้องกับสัญญาร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในโครงการอื่น

