วรวงศ์ นำพณ. ขายข้าวแอฟริกาใต้ ทะลุเป้า 4 แสนตัน นำเงินเข้าประเทศ กว่า 7 พันล้าน มอบตราเป็นเพื่อน จูงใจซื้อต่อเนื่อง
เมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 27 มีนาคม (เวลาท้องถิ่น) ที่เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ พร้อมกับนายคุณากร ปรีชาชนะชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้ประชุมหารือแนวทางการยกระดับการค้าข้าวร่วมกับบริษัทผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของแอฟริกาใต้ พร้อมเปิดงาน Thailand Ultimate Friendship ซึ่งประกอบด้วย การลงนามความบันทึกข้อตกลง (MOU) ซื้อขายข้าวระหว่างบริษัทผู้ส่งออกข้าวไทย 5 บริษัท กับบริษัทผู้นำเข้าข้าวแอฟริกาใต้ 6 บริษัท มอบรางวัล Thailand Ultimate Friendship ให้กับผู้นำเข้าข้าวไทยในแอฟริกาใต้ และการมอบเกียรติบัตร Thai SELECT และประชาสัมพันธ์เครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทย (ตราเขียว) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รู้จักวิธีเลือกซื้อข้าวหอมมะลิไทย และการจัดแสดงตัวอย่างและการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานข้าวไทยอีกด้วย

นายวรวงศ์ กล่าวว่า การทำบันทึกความเข้าใจซื้อขายข้าว (MOU) ระหว่างบริษัทผู้ส่งออกข้าวไทยกับบริษัทผู้นำเข้าข้าวแอฟริกาใต้ ครั้งนี้ มีปริมาณรวม 400,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 204.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 7,157.50 ล้านบาท โดยครั้งนี้สร้างความมั่นใจว่า จะช่วยดึงปริมาณผลผลิตข้าวเปลือกของไทยในตลาดประมาณ 1 ล้านตัน ซึ่งเตรียมการส่งมอบระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายนนี้
นอกจากนี้ จากการประชุมหารือระหว่างผู้นำเข้าข้าวในแอฟริกาใต้กับผู้ส่งออกข้าวไทยยังช่วยตอกย้ำให้เชื่อมั่นได้ว่าปี 2568 ปริมาณการส่งออกข้าวไทยไปแอฟริกาใต้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และจะส่งผลให้ปริมาณการส่งออกข้าวไทยโดยภาพรวมเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ทั้งปี2568 ปริมาณ 7.5 ล้านตัน
“ปริมาณการซื้อขายข้าวจากการลงนาม MOU ครั้งนี้ มีการเจรจาขอให้ซื้อข้าวไทยเพิ่มอีก 9,000 ตัน จากก่อนหน้านี้เจรจาได้ 3.1 แสนตัน จึงขยับเป็น 400,000 ตัน การทำ MOU ยังสะท้อนให้เห็นว่าตลาดแอฟริกาใต้ยังคงมีความต้องการข้าวไทยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานข้าวไทย”

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า แม้ปี 2567 สถานการณ์การค้าข้าวระหว่างประเทศมีความผันผวนส่งกระทบให้แอฟริกาใต้นำเข้าข้าวไทยลดลง แต่ผลจากการจัดงานในวันนี้ ตนมีความเชื่อมั่นว่า ข้าวไทยยังคงเป็นแหล่งนำเข้าข้าวอันดับ 1 ของแอฟริกาใต้ต่อไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพการเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวไทยรายใหญ่ของโลก และเป็นเวทีให้ผู้ซื้อ ผู้นำเข้าข้าวรายสำคัญของโลกได้พบปะเจรจาธุรกิจการค้าข้าวระหว่างกัน กรมกำหนดจะจัดงาน Thailand Rice Convention (TRC 2025) วันที่ 25 – 27 พฤษภาคมนี้ และยังมีแผนจะนำคณะผู้ส่งออกข้าวไทยเดินทางไปกระชับความสัมพันธ์กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าข้าวและจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และจีนเดือนสิงหาคม – กันยายน 2568

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ และกรมฯ จะมอบรางวัล Thailand Ultimate Friendship ให้กับผู้นำเข้าข้าวไทย ในทุกประเทศที่เป็นผู้ค้ากันมานาน กว่า 10 ปี มีการหารือลดอุปสรรคต่างๆ และนำเข้าข้าวไทยสม่ำเสมอ เป็นส่วนหนึ่งจูงใจซื้อข้าวไทยต่อเนื่อง โดยเริ่มครั้งแรกในครั้งนี้
ส่วนบริษัทซื้อขายข้าวประกอบด้วย
- บริษัท ไทยแกรนลักซ์จัมโบ้พรีแพคเกอร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ไรซ์ จำกัด และบริษัท โกลด์คีย์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (พีทีวาย) จำกัด
- บริษัท เอเซีย โกลเด้น ไรซ์ จำกัด กับM/S Stastic Rice บริษัท คอร์ปอเรชั่น จำกัด
- บริษัท ไทยหัว (2511) จำกัด กับ Goldkeys บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล (พีทีวาย) จำกัด
- บริษัท เจเนอรัล มิลส์ จำกัด กับบริษัท ซาริโก้ ฟู้ดส์ (พีทีวาย) จำกัด
- บริษัท ริชแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ไทเกอร์ แบรนด์ส (พีทีวาย) จำกัด บริษัท เจเนอรัล มิลส์ จำกัด
ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า แอฟริกาใต้ นิยมข้าวไทย ปีก่อนนำเข้าข้าวไทย 8.3 แสนตัน ปีนี้คาดเกิน 9 แสนตัน ส่วนใหญ่กว่า 80 % เป็นข้าวนึ่ง จากที่แอฟริกาใต้นำเข้าข้าวรวมกว่า 1.2 ล้านตัน
“ปีนี้ ราคาข้าวอ่อนตัวลง จากปีก่อนกว่า 600 เหรียญต่อตัน ตอนนี้เกลือ 450 เหรียญ จึงสร้างส่งออกข้าวได้มากขึ้น แม้3 เดือนปีนี้จะกังวลเรื่องนโยบายนำภาษีของทรัมป์ แต่ทั่วโลกยังเรืงนำเข้าข้าวต่อเนื่อง แต่ขึ้นกับว่าประเทศส่งออกใดจะแข่งขันด้านราคาได้มากกว่ากัน ครั้งนี้เฉลี่ยขายได้ 450 ตันต่อเหรียญ” นายชูเกียรติ กล่าว


