แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ทุ่ม 1.2 หมื่นล้าน ผุด 3 โรงแรมหรูราชดำริ พัทยา เยาวราช ดันรายได้แตะหมื่นล้าน
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นางสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) เปิดเผยว่า ตลอด 17 ปีที่ผ่านมากลุ่มแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอของโรงแรมอย่างต่อเนื่อง จากสาขาแรกราชดำริสู่โรงแรมหรูในทำเลสำคัญของกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างพัทยา โดยปี 2567 ที่ผ่านมามีผลประกอบการโดยรวมเติบโตเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้ง 7 โรงแรมในเครือมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงกว่า 85% โดยเฉพาะสาขาที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา, แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา และ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 ส่วนในปี 2568 จะเปิดแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี ในวันที่ 1 เมษายนนี้ มีจำนวน 512 ห้อง ทำให้มีโรงแรมทั้งหมด 8 แห่ง กว่า 3,000 ห้อง
“โครงการนี้เป็นมิกซ์ยูสมีทั้งโรงแรม 5 ดาวและพื้นที่เชิงพาณิชย์ กลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ โดยเป็นลูกค้าต่างชาติ 70% คนไทย 30% และด้วยแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของรายได้กลุ่มโรงแรมในปีนี้จะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 15% จากปีที่แล้วมียอดขายอยู่ที่ 5,775 ล้านบาท และมีรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 หลังเปิดบริการ 3 โรงแรมใหม่ซึ่งจะทยอยเปิดตัวตั้งแต่ปลายปีนี้ และในปีถัดไปเรายังมองหาการลงทุนเพิ่มหากมีพื้นที่เหมาะสมโดยเน้นกรุงเทพและพัทยาเป็นหลัก ซึ่งพัทยามองว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีก เรามีแผนจะลงทุนโรงแรมแห่งที่ 4 ในพัทยาเช่นกันในอนาคต”นางสุวรรณากล่าว

นายกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ 3 โรงแรมใหม่ ใช้เงินลงทุน 12,500 ล้านบาท มีห้องพักรวม 1,354 ห้อง จะยกระดับมาตรฐานโรงแรมไทยสู่ระดับเวิลด์คลาส ประกอบด้วย แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ มูลค่า 4,500 ล้านบาท สูง 45 ชั้น จำนวน 509 ห้อง ตั้งอยู่บนที่ดินเดิมของ ศูนย์การค้าเดอะ เพนนินซูล่า กรุงเทพฯ เป็นระดับลักชัวรี่ บนพื้นที่เช่าของโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ระยะเวลา 30 ปี คาดเปิดปลายปี 2568 เมื่อรวมกับเซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ ซึ่งอยู่ใกล้กัน ทำให้มีห้องพักรวมกว่า 1,000 ห้อง และค่าห้องตั้งแต่ 8,000-10,000 บาทเศษ,แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา มูลค่า 4,500 ล้านบาท สูง 33 ชั้น จำนวน 494 ห้อง บนพื้นที่กว่า 22 ไร่ ติดกับแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา และใหญ่กว่า 2 เท่า เน้นสวนน้ำดีไซน์ทะลุมิติสุดอลังการ คาดเปิดไตรมาส 3 ปี 2569 และแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ มูลค่า 3,600 ล้านบาท สูง 11 ชั้น จำนวน 351 ห้อง เนื้อที่ 4 ไร่ เป็นที่ดินเช่าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ย่านเยาวราช ออกแบบโดย Palmer & Turner บริษัทผู้ออกแบบ The Bund, Shanghai จะเริ่มสร้างปลายปีนี้และเปิดบริการไตรมาส 2 ปี 2571 รวมมีโรงแรมทั้งหมด 11 แห่ง กว่า 5,000 ห้อง
“สำหรับเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคนในปีนี้ ถ้ามองในตอนนี้ถือว่ายากที่จะเป็นไปตามเป้า สะท้อนจาก ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ที่เริ่มชะลอตัว แต่ล่าสุดก็เริ่มดีขึ้นแล้ว ต้องประเมินอีกที เพราะยังมีช่วงไฮซีซั่น อย่างสงกรานต์ที่การเข้าพักจะเพิ่มขึ้นกว่า 10% และยังมีช่วงไฮซีซั่นปลายปีอีก ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าใช้บริการ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเอฟไอทีเยอะ ทั้งญี่ปุ่น จีน เกาหลี และประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย พม่า ขณะที่คนไทยจะไปใช้บริการที่พัทยาเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามเพื่อกระตุ้นกำลังซื้ออยากให้รัฐมีมาตรการออกมาเพิ่ม เช่น โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง”นายกิตติกล่าว



