MR. D.I.Y. สยายปีกในไทยไม่หยุด 9 ปี ผุด 1,100 สาขา ปักหมุดครบแล้ว 77 จังหวัด
ร่วม 9 ปีแล้วที่ “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.” (MR. D.I.Y.) ผู้ค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์สัญชาติ “มาเลเซีย” เข้ามาบุกตลาดในประเทศไทย นับจากปี 2559
ปัจจุบันมีสาขากว่า 900 สาขา ครอบคลุมใน 74 จังหวัด มีสินค้ากว่า 15,000 รายการ ประกอบด้วยสินค้าใน 6 แผนกหลัก ได้แก่ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเครื่องมือช่าง เครื่องใช้ในครัวเรือนและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬา ของเล่น และหมวดหมู่อื่นๆ อีกมากมาย

ปี 2568 ประกาศลงทุน 2,000 ล้านบาท เดินหน้าธุรกิจในประเทศไทย สำหรับการขยายสาขาใหม่ 200 สาขาทั่วประเทศ ครอบคลุม 77 จังหวัด โดยเปิดที่ “พังงา” เป็นจังหวัดที่77 ภายใต้กลยุทธ์ “ราคาที่คุ้มค่า” เพื่อสนับสนุนครัวเรือนไทย ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น ตามคำขวัญที่ว่า “Always Low Prices” หรือราคาถูกคุ้มเสมอ
แอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทยังเน้นย้ำถึงความตั้งใจในการช่วยลดภาระค่าครองชีพโดยเฉพาะสินค้าประเภทอุปกรณ์ตกแต่งและซ่อมแซ่มบ้านให้แก่ครัวเรือนไทย ผ่านการนำเสนอสินค้าคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า โดยมีเป้าหมายในการทำให้สินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อช่วยให้ลูกค้าทุกคนสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย
โดยปี 2568 วางกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจใน 4 แนวทางสำคัญ เน้นการเพิ่มความคุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่ายของสินค้าประจำวัน เพื่อช่วยให้คนไทยใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่า ประกอบด้วย 1.ยืนหยัดในความคุ้มค่า ผ่านสินค้าที่หลากหลาย และการสนับสนุนผู้ผลิตภายในประเทศ

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. นำเสนอสินค้าคุณภาพในราคาคุ้มค่า 16,000 รายการ ครอบคลุม 6 แผนกหลัก พร้อมทั้งร่วมมือกับผู้ผลิตภายในประเทศกว่า 350 ราย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจไทย ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นได้มากยิ่งขึ้น
2.ส่งมอบความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคมากกว่าเดิม ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ยึดมั่นรักษาระดับราคาสินค้าให้เหมาะสม ด้วยการจัดการต้นทุนต่อหน่วยที่ถูกลง (Economies of Scale)
3.จัดโปรโมชันพิเศษเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ผ่านโปรโมชันและแคมเปญมากกว่า 50 รายการตลอดปี 2568 เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้อย่างทั่วถึง ช่วยให้ทุกครัวเรือนไทยสามารถประหยัดได้มากยิ่งขึ้น
4.ขยายสาขาใหม่ 200 สาขาทั่วประเทศ ครอบคลุม 77 จังหวัดในปี 2568 เพื่อเดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ด้วยงบลงทุน 2,000 ล้านบาททำให้สิ้นปีนี้มีสาขาทั้งหมด 1,100 สาขาในประเทศไทย โดย 90% เป็นแบบสะแตนอะโลน และอีก 10% เป็นสาขาที่เปิดในศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ต่างๆ

