‘รสนา’โพสต์เฟซบุ๊กแจงเหตุทำไมต้องมีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ?

29.03.17 | 13:47 น.
ขวาสุด-รสนา โตสิตระกูล ขณะร่วมงาน "Hug The River" โอบกอดเจ้าพระยาด้วยความรัก ที่สวนสันติชัยปราการ เขตพระนคร 9 ต.ค.59

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ในแฟนเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “รสนา โตสิตระกูล” หรือ น.ส.รสนา โตสิตระกูล แกนนำกลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และอดีต ส.ว.กทม ได้โพสต์ข้อความตั้งคำถามว่า ทำไมประเทศไทยต้องมีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติโดยเร็ว ก่อนเปิดประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ “แหล่งบงกชและเอราวัณ”

น.ส.รสนากล่าวว่า บรรษัทน้ำมันแห่งชาติคือหน่วยงานของรัฐ ไม่ใช่บริษัทเอกชน ทำหน้าที่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์์ในแหล่งทรัพยากรปิโตรเลียมของประเทศและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งหมดแทนรัฐ เป็นตัวกลางในการเข้าทำสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับบริษัทเอกชนหากต้องมีการใช้ระบบแบ่งปันผลผลิตหรือสัญญาจ้างบริการ ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยจัดตั้งการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยหรือ ปตท.ทำหน้าที่นี้ แต่เมื่อ ปตท.แปรรูปเป็นบริษัทมหาชน ตามกฎหมายจึงไม่อาจมีอำนาจมหาชนแบบนี้แทนรัฐได้ แต่รัฐบาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันก็ปล่อยปละละเลยยอมให้บริษัทพลังงานเอกชนที่มาจากการแปรรูปในสมัยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่บรรษัทน้ำมันแห่งชาติของประเทศไทยเรื่อยมา การแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียมจึงต้องเขียนกฎหมายให้ต้องมีการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้นมาทำหน้าที่แทน บรรษัทน้ำมันแห่งชาติมีในเกือบทุกประเทศเพื่อนบ้านของเรา อย่างมาเลเซียก็คือ ปิโตรนาส ตึกคู่แฝดของปิโตรนาสเป็นสัญลักษณ์ที่ชาวมาเลเซียภาคภูมิใจ เป็นแลนด์มาร์คของเมืองหลวง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ นางงามมาเลเซียปีนี้ก็แต่งกายโดยใช้รูปทรงตึกปิโตรนาสไปแสดง

น.ส.รสนากล่าวอีกว่า หน้าที่สำคัญของบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ คืออะไร? 1.รับโอนทรัพย์สินทั้งทรัพยากรปิโตรเลียมและอุปกรณ์การผลิตปิโตรเลียมจากทุกแหล่งที่หมดสัญญาสัมปทาน 2.รับโอนระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เพื่อหยุดการผูกขาด และทำให้เกิดการแข่งขัน 3. ขายปิโตรเลียมตามสิทธิที่รัฐได้จากระบบแบ่งปันผลผลิตและจ้างผลิต

“จะใช้ ปตท.เป็นบรรษัทน้ำมันแห่งชาติได้หรือไม่? ตอบว่า ไม่ได้ เพราะบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ถือครองทรัพยากรปิโตรเลียมและทรัพย์สินอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแทนคนไทยทั้งประเทศ ดังนั้น ปตท.ที่ถูกแปรรูปเป็นบริษัทมหาชนจำกัดตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร จึงไม่อาจมีอำนาจมหาชนแทนรัฐได้ และไม่มีความชอบธรรมที่จะทำหน้าที่เป็นบรรษัทน้ำมันแห่งชาติต่อไป เพราะมีเอกชนและต่างชาติถือหุ้นเกือบครึ่ง” น.ส.รสนากล่าว

น.ส.รสนากล่าวว่า แล้วจะใช้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน แทนบรรษัทน้ำมันแห่งชาติได้หรือไม่? ตอบว่า ไม่ได้เพราะเป็นหน่วยงานราชการ การบริหารงานไม่คล่องตัว ติดระเบียบราชการ การแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียมฉบับปล้นกลางแดดที่ภาคประชาชนคัดค้าน เลือกให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติทำหน้าที่นี้ จึงต้องใช้วิธีฝากเอกชนขายปิโตรเลียมแทน วิธีนี้ไม่ต่างจากระบบสัมปทาน ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่าอาจเกิดปัญหาการรั่วไหลในประโยชน์ได้หลายช่องทาง เพราะความหย่อนประสิทธิภาพในการตรวจสอบที่อาจเกิดขึ้นได้

Advertisement

“ออกกฎหมายปิโตรเลียมรอจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเมื่อพร้อมได้หรือไม่? ตอบว่ารอไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ 10 ปี หรือ 100 ปีก็อาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ ด้วยวิธีการเขียนกฎหมายที่ไม่มีเงื่อนไขผูกมัดแบบนี้ แต่ที่สำคัญที่สุดเพราะ แหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยคือแหล่งบงกชและเอราวัณ ซึ่งผลิตก๊าซธรรมชาติได้ถึงครึ่งหนึ่งของประเทศไทย จะหมดอายุสัมปทานแล้วในปี 2565 และ 2566 แต่ยังมีทรัพยากรปิโตรเลียมเหลืออยู่อีกมาก จึงมีความจำเป็นต้องตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติที่เป็นองค์กรของรัฐเพื่อรับโอนทรัพย์สิน ก่อนการเปิดประมูลการผลิตรอบต่อไป หากจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติไม่ทัน จะทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียอธิปไตยเหนือแหล่งปิโตรเลียมไปอีกเกือบค่อนศตวรรษ” น.ส.รสนากล่าว