หน้าแรก เศรษฐกิจ บอร์ดพีพีพีดึ...

บอร์ดพีพีพีดึงโครงการเข้าฟาสต์แทร็คอีก 6 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 6 แสนล.

29.03.17 | 13:59 น.

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานประธานคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการพีพีพีว่า ที่ประชุมคัดเลือกโครงการพีพีพีใหม่จะเร่งผลักดันในพีพีพีฟาสต์แทร็คปีนี้ 5 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 6 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-วงแหวนกาญจนาภิเษก (รฟม.) มูลค่าโครงการ 131,172 ล้านบาท 2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตะวันตกและช่วงตะวันออก (รฟม.) มูลค่าโครงการ 195,642 ล้านบาท 3.โครงการรถไฟฟ้าสายภูเก็ต ช่วงท่าอากาศยานภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง (สนข.) มูลค่าโครงการ 39,406 ล้านบาท 4.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายนครปฐม-ชะอำ (ทล.) มูลค่าโครงการ 80,060 ล้านบาท 5.โครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-ระยอง (รฟท.) มูลค่าโครงการ 152,488 ล้านบาท และ 6.โครงการรถไฟฟ้าสายเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาของ สนข.ถึงกรอบวงเงินลงทุนที่ชัดเจน

นายสมคิดกล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมรายงานความคืบหน้าการดำเนินโครงการพีพีพี 5 โครงการ มูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแคและบางซื่อ-ท่าพระ ผ่านพีพีพีและผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว คาดว่าจะเริ่มลงนามในสัญญาไม่ช้านี้ ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง ผ่านพีพีพีไปแล้ว คาดว่าจะเสนอเข้า ครม.ช่วงต้นเดือนเมษายนนี้

นายสมคิดกล่าวว่า ส่วนอีก 2 โครงการ คือ สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี กรมทางหลวงได้ปรับปรุงรายงานผลการศึกษาให้สอดคล้องกับความชัดเจนด้านกฎหมายเพิ่มเติมและเสนอโครงการต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว และคาดว่าจะส่งกลับมายัง สคร.อีกครั้งภายในเดือนเมษายนนี้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กรรมการและเลขานุการพีพีพี กล่าวว่า พีพีพีฟาสต์แทร็คลดระยะเวลาพิจารณาพีพีพี จากเดิมต้องดำเนินการ 20 เดือน เหลือ 8-9 เดือน โดยการประชุมพีพีพีครั้งนี้รับทราบสรุปประเด็นจากการรับฟังปัญหาและข้อจำกัด รวมถึงข้อเสนอแนะจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องการทบทวนพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 โดยจะนำผลการดำเนินการพีพีพีฟาสต์แทร็คเข้าไปร่วมแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินการเร็วขึ้น รวมถึงแก้ไขโครงการที่จะเข้าพีพีพี เน้นโครงการเป็นโครงสร้างพื้นฐาน เพราะขณะนี้โครงการที่ใช้ที่ดินราชพัสดุต้องเข้าพีพีพีด้วย มองว่าไม่จำเป็น โดยจะเสนอการแก้ไขกฎหมายไปยัง ครม.ในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้

นายเอกนิติกล่าวต่อว่า คณะกรรมการพีพีพีครั้งนี้อนุมัติให้โครงการจัดให้เช่าที่ราชพัสดุบริเวณถนนสุขุมวิท ต.บางพระและทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นโครงการของโรงกลั่นไทยออยล์ ของกรมธนารักษ์ ดำเนินการคัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีการประมูล ตามมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมลงทุนฯ ปี 2556 ตามข้อเสนอของกรมธนารักษ์ และเห็นชอบให้กระทรวงการคลังนำเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาการยกเว้นให้โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท. 3275 เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ของกรมธนารักษ์ ซึ่งจะใช้ดำเนินโครงการหอชมเมืองกรุงเทพมหานครสามารถคัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีประมูล ตามที่กรมธนารักษ์เสนอ

Advertisement