หน้าแรก เศรษฐกิจ ชี้ วินด์ ฟาร...

ชี้ วินด์ ฟาร์ม จ่ายชดเชยอื้อ 521ล้าน ส่งลูกเกษตรกรเรียนต่อ ส.ป.ก.ยัน ไม่มีเหตุต้องยกเลิก

29.03.17 | 20:02 น.

ส.ป.ก.เผยผลการตรวจสอบ วินด์ ฟาร์ม 17 โครงการ จ่ายเกษตรกร กว่า 521 ล้านบาท ใช้ส่งลูกหลานเรียน ต่อยอดลงทุนด้านการเกษตร ลั่นไม่มีเหตุที่ต้องยกเลิก

วันนี้ (29 มีนาคม) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเพิกถอนการอนุญาตให้ บริษัท เทพสถิต วินด์ฟาร์ม จำกัด ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เนื้อที่ 39 ไร่ โดยวินิจฉัยว่า กิจการกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าของ บริษัท เทพสถิต วินด์ฟาร์ม จำกัด ไม่เอื้อประโยชน์แก่เกษตรกรในเขตพื้นที่ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าราษฎรในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากกิจการดังกล่าวโดยตรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัทอื่นๆ ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อดำเนินกิจการกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า ทั้ง 16 บริษัท 17 โครงการ ว่าจะถูกเพิกถอนการอนุญาตด้วยหรือไม่ เพื่อให้เกิดความกระจ่าง กระทรวงเกษตรฯจึงให้ ส.ป.ก. ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดของบริษัท วินด์ ฟาร์ม จำนวน 16 บริษัท 17 โครงการให้แล้วเสร็จ ภายใน 45 วัน ใน 4 ประเด็น คือ 1. ส.ป.ก. มีอำนาจตามกฎหมายในการอนุญาตให้เอกชนใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือไม่ ซึ่งพบว่า ส.ป.ก. ดำเนินการตามกฎหมาย 3 ฉบับ คือ 1.พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3 )พ.ศ. 2532 มาตรา 30 วรรคห้า 2. ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุน หรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามมาตรา 30 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2532 (ฉบับที่ 2) และ 3.ระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการอนุญาต และการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ สำหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุน หรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปทีดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2541

2. ผู้ประกอบกิจการกังหันลมทั้ง 16 บริษัท 17 โครงการ ได้ดำเนินการขออนุญาตถูกต้อง เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนด คือ ผู้ประกอบการได้ยื่นคำขออนุญาต ณ ส.ป.ก. จังหวัด โดยมีเอกสารหลักฐานตามที่ส.ป.ก.กำหนด ยื่นมาพร้อมกับคำขอ ส.ป.ก.จังหวัด ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานทั้งหมด ก่อนนำเสนอคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) เพื่อพิจารณาอนุญาต การพิจารณาของ คปจ. อาศัยข้อกฎหมายครบถ้วนในการพิจารณาอนุญาต ส.ป.ก. จังหวัดส่งเรื่องให้ ส.ป.ก. ตรวจสอบความถูกต้องความสมบูรณ์ของหลักฐานก่อนทำสัญญาเช่า และ ส.ป.ก. จังหวัด จัดทำสัญญาเช่ากับผู้ประกอบกิจการ

3. ผู้ประกอบการกังหันลมทั้งหมด ไม่ได้กระทำผิดสัญญาเช่า คือ ผู้ประกอบกิจการจ่ายค่าเช่าที่ดินให้ ส.ป.ก. 35,000 บาทต่อปีต่อไร่ ตามมติคปก. กำหนด และ ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาเช่ากับ ส.ป.ก. และ4. เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินได้รับประโยชน์จริง จากการตรวจสอบจากเกษตรกร พบว่า ได้รับค่าชดเชยในพื้นที่ตั้งกังหันลม ต่อปี ค่าชดเชยสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่รัศมีโครงการต่อปี ค่าชดเชยพืชผล ครั้งเดียว การจ้างแรงงานในพื้นที่ การส่งเสริมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อีกทั้ง ได้รับการสนับสนุนการจัดกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ เช่น วันขึ้นปีใหม่ งานวันสำคัญทางศาสนา รวมถึงได้รับการพัฒนาถนนสาธารณะ และการพัฒนาแหล่งน้ำ เป็นต้น

นายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าว ส.ป.ก. ใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ผลสรุปคือ ผู้ประกอบกิจการกังหันลมทั้ง 16 บริษัท 17 โครงการ ยังดำเนินการต่อได้ เพราะคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด กรณีของบริษัท เทพสถิต วินด์ฟาร์ม จำกัด นั้น ผูกพันเฉพาะคู่กรณี ในขณะที่ทั้ง 16 บริษัทให้ประโยชน์กับเกษตรกรมากต่างจากเทพสถิตโดยสิ้นเชิง จากพื้นที่ใช้ประโยชน์ 580 ไร่ มีสัญญาเช่าดำเนินกร 22-27 ปี มีการจ่ายเงินให้เกษตรกร 19,819,000 บาทต่อปี หรือรวม 27 ปีที่ 521 ล้านบาท

Advertisement

แบ่งการจ่ายเงินให้กับเกษตรกรที่เป็นเจ้าของพื้นที่ในการติดตั้งกังหันลม ซึ่งใช้บริเวณประมาณ 1 ไร่ อัตรา 30,000- 35,000 บาทต่อไร่ต่อปี กรณีพื้นที่ห่างจากเสารัศมีไม่เกิน 6 เมตร จ่ายไร่ละ 5,000 บาท กรณีที่ห่างจากนั้นรัศมีไม่เกิน 100 เมตรจ่ายไร่ละ 3,500 บาท เมื่อสิ้นสุดโครงการไปแล้ว บริษัทจะจ่ายเงินสมทบให้อีก ไร่ละ 2,000 บาท นอกจากนี้ก่อนที่บภาคเอกชนจะเข้าไปติดตั้งมีการสำรวจพื้นที่ ได้จ่ายเงินให้กับเกษตรกร 200 บาทต่อไร่ ค่าทำสัญญา 500 บาท ค่าชดเชยที่เกษตรกรไม่สามารถปลูกพืชได้ในช่วงเวลาก่อสร้าง ไร่ละ 10,000 บาท และค่าชดเชยกับเกษตรกรที่ต้องเสียสละพื้นที่เพื่อก่อสร้างถนน สาธารณูปโภคประมาณ 50,000- 100,000 บาทต่อราย

“สรุปแล้วเกษตรกรได้รับผลประโยชน์จากวินด์ฟาร์มมากหลายแสนบาทต่อปี เงินเหล่านี้ใช้ส่งบุตรหลานเรียนหนังสือ บางรายระบุว่าอนาคตการศึกษาจะขึ้นอยู่กับวินด์ฟาร์มนี้ซึ่งมากกว่าเมื่อเทียบกับรายได้จากภาคการเกษตรที่เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกมันสำปะหลัง เงินที่ได้มายังสามารถนำไปต่อยอดการลงทุนภาคการเกษตรได้ด้วย “นายสมปอง กล่าว

นายสมปอง กล่าวว่า ใน 16 บรืษัท 17 โครงการนั้น ปัจจุบันแยกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่ติดตั้งกังหันลมไปแล้ว 5 บริษัท 185 ไร่ โดยมีการลงทุนไปแล้วทั้งสิ้น 28,000 ล้านบาท 2. อยู่ระหว่างดำเนินการ 11 บริษัท 395 ไร่ ลงทุนไปแล้ว 200 ล้านบาท แต่ทำสัญญาผูกพันไว้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 72,000 ล้านบาท ดังนั้นจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดจึงไม่มีเหตุที่จะต้องเพิกถอนหรือยกเลิกโครงการติดตั้งกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าของ 16 บริษัทดังกล่าว