หอสมุดกลาง Tranga สำหรับคนทุกช่วงวัย แรงบันดาลใจสู่ OKMD โดย ทวารัฐ สูตะบุตร

12.04.25 | 13:33 น.

เมื่อเดือนที่แล้วผมได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ มากมายจากทางประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งรวมถึงการออกแบบอาคารที่ต้านแรงแผ่นดินไหว รวมทั้งการออกแบบพื้นที่สร้างสรรค์ที่สะท้อนถึงการดูแลคนทุกช่วงวัย ซึ่งผมจะขอสรุปคร่าวๆ ดังนี้

ห้องสมุดประชาชนแห่งหนึ่งของเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ชื่อ Tranga Central Library เป็นห้องสมุดแห่งใหม่ที่เพิ่งฟื้นฟูขึ้น สร้างขึ้นภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี พ.ศ.2554 เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน มีแนวคิดในการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิประเทศของ Port Hills และต้นแฟลกซ์ (Harakeke) เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นและวัฒนธรรมของชนเผ่าเมารี อาคารมีโครงสร้างหลัก 5 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 9,850 ตารางเมตร และได้รับการออกแบบให้รองรับผู้ใช้งานทุกกลุ่มวัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการเข้าถึงและเน้นโครงสร้างที่ปลอดภัยต่อแผ่นดินไหว หอสมุด Tranga Central Library นี้ได้รับมาตรฐาน Green Star จาก New Zealand Green Building Council (NZGBC) ระดับ 5 ดาว ซึ่งแสดงถึงความสำคัญของการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม พลังงาน และสุขภาวะของผู้ใช้อาคาร

ผมได้ให้ AI ลองทำการค้นคว้าและสรุปข้อมูลเพิ่มเติมได้ผลมาดังนี้ครับ

1.องค์ประกอบของอาคาร : ประกอบด้วยพื้นที่เปิดโล่งชั้นล่างสำหรับต้อนรับประชาชนและจัดกิจกรรมชุมชน เช่น นิทรรศการและการแสดง ชั้นอื่นๆ มีพื้นที่เฉพาะสำหรับห้องสมุดเด็ก ห้องสมุดวัยรุ่น พื้นที่อ่านหนังสือ ห้องเรียนรู้ดิจิทัล ห้องประชุม ห้องบันทึกเสียง และห้องมัลติมีเดีย นอกจากนี้ ยังมี Discovery Wall ซึ่งเป็นหน้าจออินเตอร์แอ๊กทีฟขนาดใหญ่ และ “Creative Spaces” สำหรับทดลองใช้นวัตกรรม เช่น เครื่องพิมพ์ 3 มิติ

2.จุดเด่นของโครงการ : เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และนวัตกรรมที่ทันสมัยที่สุดในเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ การออกแบบสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นและวัฒนธรรม มีการส่งเสริมพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative Spaces) สำหรับงานฝีมือและการออกแบบดิจิทัล โครงสร้างอาคารรองรับแรงแผ่นดินไหวด้วยระบบผนังคอนกรีตสำเร็จรูปแบบโยกตัวได้ (Rocking Precast Walls) มีเทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น ระบบไฟฟ้า Daylight sensing และระบบม่านบังแสงอัตโนมัติ รวมถึงระบบบริหารจัดการหนังสือ RFID Book Handling System อาคารแห่งนี้ออกแบบมาให้มีบทบาททางสถาปัตยกรรมในการฟื้นฟูและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว

Advertisement

3.แนวทางการประยุกต์ใช้กับแหล่งเรียนรู้และพื้นที่เรียนรู้ในประเทศไทย : ในเมืองไทยเราสามารถนำแนวทางการออกแบบศูนย์การเรียนรู้และการจัดการพื้นที่ Co-Working Space มาประยุกต์ใช้กับ OKMD ได้ รวมถึงการออกแบบอาคารที่ทนทานต่อแผ่นดินไหว และมีการสื่อสารการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ รวมทั้งแนวคิดการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ร่วมสมัยที่รวมการเรียนรู้พักผ่อน และนวัตกรรมในพื้นที่เดียว การจัดโซนพื้นที่ตามแนวคิด เช่น ชั้นเด็ก ชั้นสร้างสรรค์ ชั้นชุมชน และการใช้วัสดุที่สื่อถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่น การออกแบบพื้นที่ให้มีทั้งโซนเงียบและโซนที่มีเสียง โดยใช้ระบบอะคูสติก การมี Maker Space/Creative Studio และพื้นที่จัดกิจกรรมที่ยืดหยุ่น การพัฒนาระบบยืม คืนหนังสือด้วย RFID และ AI การพัฒนาพื้นที่ให้เป็น “พื้นที่กลางของชุมชน” และออกแบบบันไดให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ การส่งเสริมความยั่งยืน และ Smart Learning Space เช่น การติดตั้งระบบแสงสว่างและม่านอัตโนมัติ และการจัดทำระบบบันทึกพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ใช้ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีสำหรับการบริหารจัดการหนังสือด้วยระบบ RFID และการพัฒนาเป็นโมเดลเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ในระดับภูมิภาค

นอกจากที่เมืองไครสต์เชิร์ช แล้วที่เมืองอ๊อกแลนด์ (ซึ่งเมืองอ๊อกแลนด์นี้ถือว่าเป็นเมืองเอกของประเทศนิวซีแลนด์เลย เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้าขายและชุมทางคมนาคมขนส่งของประเทศ) ผมก็ได้รับข้อมูลใหม่ๆ จากอาคารสำนักงานใหม่แห่งหนึ่ง ที่อาคาร 50 Albert Street ซึ่งคอนเซ็ปต์การออกแบบคล้ายๆ กับ Tranga Central Library ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนเป็นสำคัญ โดยทั้ง Tranga Central Library และอาคาร 50 Albert Street ต่างก็ให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ยั่งยืน โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน Green Star และมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับผู้ใช้งาน นอกจากนี้ แนวทางการออกแบบพื้นที่ที่หลากหลายและยืดหยุ่น ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดการออกแบบพื้นที่สำนักงานแบบเปิดโล่งที่ปรับเปลี่ยนได้

โครงการ 50 Albert Street ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจหลักของเมืองอ๊อกแลนด์ เป็นอาคารสำนักงาน 17 ชั้น ที่พัฒนาโดยบริษัท Mansons TCLM Ltd. และก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2024 แนวคิดหลักในการออกแบบมุ่งเน้นการสร้างอาคารสำนักงานที่มีความยั่งยืนสูงสุด โดยผสมผสานการออกแบบที่ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมเมืองและธรรมชาติ เน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีต่อสุขภาพของผู้ใช้งาน อาคารแห่งนี้ได้รับการรับรองมาตรฐาน Green Star ระดับ 6 ดาว และมาตรฐาน WELL ระดับ Platinum ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านการออกแบบและก่อสร้างตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการออกแบบเพื่อส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร องค์ประกอบของอาคารประกอบด้วยพื้นที่สำนักงานให้เช่าประมาณ 28,000 ตารางเมตร รองรับผู้ใช้งานประมาณ 3,000 คน มีพื้นที่ค้าปลีกและบริการบริเวณชั้นล่าง ลานจอดรถ 4 ชั้น และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ห้องประชุม ฟิตเนส และพื้นที่พักผ่อน

ทั้ง 2 โครงการยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงกับบริบทเมืองและชุมชน ในขณะที่ Tranga Central Library มีจุดเด่นด้านการออกแบบที่รองรับแผ่นดินไหว อาคาร 50 Albert Street เน้นไปที่การเป็นอาคารสำนักงานอัจฉริยะที่มีระบบบริหารจัดการอาคารที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการออกแบบพื้นที่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น การส่งเสริมความยั่งยืนและการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน จากข้อมูลดังกล่าวพบว่ามีหลายแนวทางที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้สำหรับการออกแบบพื้นที่สร้างสรรค์ในอนาคต เช่น

-การออกแบบพื้นที่สำนักงานให้ตอบโจทย์การเรียนรู้และสร้างสรรค์ : อาคารเน้นการใช้พื้นที่สำนักงานแบบเปิดโล่งที่ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้หลากหลาย เช่น การสร้าง Co-Learning Space/Co-Working Space ที่ส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกัน

-การออกแบบที่ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability) : อาคารใช้แนวทางด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การออกแบบให้มีแสงธรรมชาติเข้าถึง การระบายอากาศ และระบบประหยัดพลังงาน มุ่งเน้นการออกแบบแบบ Green Design ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืนต่างๆ

-การเชื่อมต่อกับบริบทเมืองและชุมชน : อาคารออกแบบให้เชื่อมโยงกับพื้นที่สาธารณะ จะต้องให้เชื่อมโยงกับชุมชน เช่น การจัดพื้นที่นิทรรศการ หรือพื้นที่สำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกับสาธารณชน

-การสร้าง Smart Office & Knowledge Ecosystem : อาคารมีระบบอัจฉริยะที่รองรับการบริหารจัดการอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ

-การออกแบบเพื่อสุขภาวะของผู้ใช้งาน (Well-being of Occupants) : อาคารให้ความสำคัญกับการออกแบบเพื่อสุขภาวะ เช่น การใช้แสงธรรมชาติ พื้นที่สีเขียว และการไหลเวียนของอากาศ

พวกเราสามารถนำแนวคิดนี้มาสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิต เช่น พื้นที่พักผ่อน และการออกแบบที่เน้นสุขภาพจิตได้ต่อไปในอนาคต