นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 (ตุลาคม 2559 – กุมภาพันธ์ 2560) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 876,275 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 14,190 ล้านบาท หรือ 1.6% มีสาเหตุจากการจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่น และการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ สูงกว่าประมาณการ 20,902 และ 11,512 ล้านบาท หรือ 34.0% และ 22.5% ตามลำดับ สำหรับภาษีที่จัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมาย ได้แก่ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีน้ำมัน และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
นายกฤษฎา กล่าวว่า ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาล เดือนกุมภาพันธ์ 2560 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 153,737 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 266 ล้านบาท หรือ 0.2% (สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 3.1%) ส่งผลให้ในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 (ตุลาคม 2559 – กุมภาพันธ์ 2560) รายได้รัฐบาลสุทธิมีจำนวน 876,275 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 14,190 ล้านบาท หรือ 1.6% (ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 1.9%)
นายกฤษฎา กล่าวว่า ถ้าดูเฉพาะการจัดเก็บรายได้กรมภาษี 5 เดือนปีงบ 2560 พบว่ามีการจัดเก็บรายได้ 8.81 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายเกือบ 2 หมื่นล้านบาท แต่สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 2.3 หมื่นล้านบาท ถ้าดูเฉพาะกรมกรมสรรพากร จัดเก็บรายได้รวม 616,204 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 8,421 ล้านบาท หรือ 1.3% แต่ยังสูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วจำนวน 17,828 ล้านบาท หรือ 3.0% โดยภาษีที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่สำคัญ คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 10,823 ล้านบาท หรือ 3.4% ส่วนใหญ่เป็นผลจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการผลิต อย่างไรก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากภาคการผลิตได้กลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบปี ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า
นายกฤษฎา กล่าวว่า กรมสรรพสามิต จัดเก็บรายได้รวม 223,331 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 2,907 ล้านบาท หรือ 1.3% (สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 5.6%) โดยภาษีที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ได้แก่ภาษียาสูบ ภาษีรถยนต์ และภาษีสุรา ส่วนกรมศุลกากร จัดเก็บรายได้รวม 42,233 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 8,567 ล้านบาท หรือ16.9% (ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 12.7%) โดยเป็นผลจากการจัดเก็บอากรขาเข้าต่ำกว่าเป้าหมายจำนวน 8,712 ล้านบาท หรือ 17.5% เนื่องจากการใช้สิทธิพิเศษภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) มีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและผลกระทบจากการปรับโครงสร้างภาษีศุลกากร ระยะที่ 2 ทั้งนี้ มูลค่าการนำเข้าในรูปดอลลาร์สหรัฐและเงินบาทในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 ขยายตัว 6.2% และ 4.8% ตามลำดับ

