ขสมก. มั่นใจ รับรถเมล์ปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ล็อตแรกจำนวน 500 คัน ภายในปี 68
นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้า โครงการเช่ารถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) ปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ว่า ขณะนี้นี้ทาง ขสมก. ได้มีการทบทวนการปรับการเช่ารถโดยสารปรับอากาศให้เป็นระบบพลังงานสะอาด (EV) แทนการเช่ารถโดยสารปรับอากาศ ระบบก๊าซธรรมชาติ (NGV) เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทาง ขสมก. ได้มีการส่งเรื่องกลับไปทางกระทรวงคมนาคม โดยทาง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นผู้รวบรวมประเด็น ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอให้ทางกระทรวงคมนาคม เสนอเรื่องกลับไปยังทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
นายกิตติกานต์ กล่าวว่า การนำเรื่องกลับมาทบทวน เป็นการย้ำข้อมูลถึงเหตุผลให้กับทางกระทรวงคมนาคม และ ครม. ทราบว่าทำไมถึง ต้องมีการปรับการเช่ารถโดยสารปรับอากาศให้เป็นระบบพลังงานสะอาด (EV) แทนการเช่ารถโดยสารปรับอากาศ ระบบก๊าซธรรมชาติ (NGV) ซึ่งแผนงานและงบประมาณยังคงเดิมไม่ได้มีการปรับอะไรเพิ่มไปจากเดิม โดย การดำเนินงานเบื้องต้นจะเป็นการขอพิจารณาอนุมัติแผนงานการจัดหารถเมล์ EV ระยะที่ 1 จำนวน 1,520 คัน วงเงิน 15,355 ล้านบาท จะใช้งบประมาณผูกพัน 7 ปี ระหว่างปี 2568-2575ดำเนินการในรูปแบบเช่าผ่านการประมูลแบบ e-bidding ระยะสัญญาเช่า 7 ปี อย่างไรก็ตาม นายกิตติกานต์ กล่าวว่า ส่วนจะเสนอ ครม. ได้เมื่อไหร่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับการดำเนินงานของทางกระทรวงคมนาคม
นายกิตติกานต์ กล่าวว่า แต่เดิม แผนเสนอเรื่องให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติจะอยู่ในช่วงต้นเดือน มีนาคม 2568 และใช้ระยะเวลาจัดหาผู้ประกอบการแล้วเสร็จภายใน 55 วัน ซึ่งคาดว่าจะลงนามสัญญาเช่าภายในเดือน เมษายน 2568 แต่เมื่อต้องมีการนำมติกลับมาทบทวนอีกครั้ง และทางบอร์ด ขสมก. เพิ่งได้อนุมัติในช่วงปลายเดือน มีนาคม 2568 และทาง ขสมก. ส่งเรื่องกลับมายังกระทรวงคมนาคม ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2568 และขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างรอให้ทางกระทรวงคมนาคม เสนอเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ดังนั้น กระบวนการแผนงานอาจจะต้องมีการเลื่อน
ทั้งนี้ นายกิตติกานต์ กล่าวว่า แม้กรอบระยะเวลากระบวนการทำงานอาจจะต้องมีการปรับบ้าง แต่ยืนยันว่าทางขสมก. จะสามารถ รับรถโดยสารปรับอากาศระบบพลังงานไฟฟ้า งวดแรกจำนวน 500 คัน ภายในปี 2568 แน่นอน และคาดว่าจะรับรถครบในระยะที่ 1 จำนวน 1,520 คัน ในปี 2569 สำหรับความชัดเจนในแผนกวาดรถเมล์ร้อนให้หมดนั้น หากมองตามแผนฟื้นฟูองค์กร ก็ต้องรอความชัดเจนของการจัดหารถเมล์รูปแบบใหม่ด้วย ซึ่งตนมองว่า รถเมล์ร้อนบางคัน ก็ยังสามารถใช้งานได้ แต่อาจจะต้องมีการปรับไปใช้เป็นรถสำรอง สำหรับเช่าเหมาคัน ทั้งนี้ ขสมก. จะเดินหน้าแผนเปลี่ยนรถโดยสารเป็นพลังงานสะอาดตามนโยบายภาครัฐ โดยตั้งเป้าภายในปี 2572 จะลดสัดส่วนรถสันดาป (รวมรถปรับอากาศเก่า) ลง 60% จากปัจจุบันกว่า 2,300 คัน ผ่านโครงการจัดซื้อรถเมล์ EV จำนวน 1,520 คัน คาดว่า “ค่าไฟฟ้า” จะถูกกว่าน้ำมันถึง 3 เท่า ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษา ปัจจุบัน ขสมก. มีรถทั้งหมด 2,884 คัน รถร้อน 1,520 คัน และ รถแอร์ 1,364 นอกจากการจัดหา EV แล้ว ขสมก.ยังเร่งบริหารจัดการเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการเดินทางจริง ปรับเส้นทางให้เชื่อมต่อศูนย์กลางการจราจร และวางแผนกำหนดช่วงเวลาเดินรถให้เหมาะสม เพื่อลดการใช้น้ำมันและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการผู้โดยสาร
นอกจากนี้ นายกิตติกานต์ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานปีล่าสุด ของ ขสมก. ว่าขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นั้นมาจากปัจจัยสำคัญ 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การปรับปรุงแผนการเดินรถควบคู่กับการได้รับจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อจัดหารถเมล์ไฟฟ้า (EV) รุ่นใหม่ ส่งผลให้ต้นทุนการจัดหารถเมล์ EV ของ ขสมก. เป็น “ศูนย์บาท” และการชนะคดีความสำคัญที่ศาลปกครองสูงสุดสั่งให้คู่สัญญาเบสท์ริน กรุ๊ปฯ อาร์แอนด์เอ คอมเมอร์เชียล วิฮีเคิลส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี บริษัทรถยนต์เซินหลง (เซี่ยงไฮ้) และบริษัทเทคโนโลยีพลังงานใหม่เป่ยฟังกวางโจว จำกัด ร่วมกันชำระค่าปรับกว่า 520 ล้านบาท คดีดังกล่าวเกิดจากคู่สัญญา NGV 489 คัน ทำผิดเงื่อนไข TOR โดยสำแดงแหล่งที่มาเท็จเพื่อเลี่ยงภาษี นำเข้ารถสำเร็จรูปจากจีน ไม่ตรงกับข้อตกลง ASEAN Free Trade Area (AFTA) ขสมก. จึงยกเลิกสัญญาและดำเนินคดีตามกฎหมายจนได้รับเงินชดเชย

