สบน.ออกพันธบัตรล็อตแรกปีงบ’68 รวม 3.5 หมื่นล้านบาท เปิดตัวรุ่นพิเศษคลัง 150 ปี ดอกเบี้ยสูง 3.15%
เมื่อวันที่ 21 เมษายน นายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า เปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ประจำปีงบประมาณ 2568 ล็อตแรก โดยเป็นการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี 2568 รวมวงเงิน 3.53 หมื่นล้านบาท ส่วนแรกคือ พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ รุ่น 150 ปี กระทรวงการคลัง วงเงิน 300 ล้าน จำหน่ายในงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงการคลัง ครบรอบ 150 ปี ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไม่มีช่องทางออนไลน์ ในวันที่ 1-3 พฤษภาคม 2568 หน่วยละ 1 ล้านบาทบาท อัตราดอกเบี้ย 3.15% ต่อปี (จ่ายทุก 3 เดือน) 15 ปี จำหน่ายแบบมาก่อนได้รับสิทธิก่อน
นายพชรกล่าวว่า รายละเอียดช่องทางการจำหน่าย ผู้มีสิทธิซื้อคือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย โดยวันที่ 1-2 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00-19.00 น. วงเงินขั้นต่ำต้องซื้อ 1 หน่วย ราคา 1 ล้านบาท และขั้นสูง 2 หน่วย 2 ล้านบาท ส่วนวันที่ 3 พฤษภาคม 2568 10.00-15.00 น. จะจำหน่ายวงเงินที่เหลือจาก (ถ้ามี) กำหนดขั้นต่ำ 1 หน่วย 1 ล้านบาท และไม่จำกัดวงเงิน นอกจากนี้ สบน.ร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จัดทำ “รูปจำลองใบพันธบัตรที่ระลึก” ชุดพิเศษ เพื่อร่วมฉลองในวาระครบรอบ 150 ปี วันสถาปนา โดยผลิตจำนวนจำกัด 150 ใบเท่านั้น ในราคาใบละ 4,999 บาท

นายพชรกล่าวต่อว่า ส่วนที่สองคือ พันธบัตรออมทรัพย์ ปีงบประมาณ 2568 ครั้งที่ 1 วงเงินรวม 3.5 หมื่นล้านบาท จำหน่ายในวันที่ 8-16 พฤษภาคม 2568 ผ่านวอลเล็ต สบม. (สะสมบอนด์มั่งคั่ง) บนแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง วงเงิน 10,000 ล้านบาท และวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2568 จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย วงเงิน 25,000 ล้านบาท รายละเอียดเป็นดังนี้
การจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม.บนแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง”
- เป็นพันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นอายุ 7 ปี
- อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.65% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน
- ผู้มีสิทธิซื้อ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
- วงเงินขั้นต่ำ 100 บาท และขั้นสูง 20 ล้านบาทบาท
- สบน.ปรับเงื่อนไขการซื้อให้กระจายถึงประชาชนอย่างทั่วถึง จำกัดให้ผู้ลงทุนทยอยซื้อครั้งละได้ด้วยวงเงินจำกัด 5 ล้านบาทต่อครั้ง และสามารถซื้อได้วงเงินสูงสุด 20 ล้านบาทต่อราย
- วิธีการจัดสรรแบบมาก่อนได้รับสิทธิก่อน
นายพชรกล่าวว่า การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง 6 ราย ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท รุ่นอายุ 7 ปี และอัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ผู้มีสิทธิซื้อคือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย วงเงินขั้นต่ำ 1,000 บาท และไม่จำกัดวงเงินขั้นสูง

นายพชรกล่าวีอกว่า การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ให้กับประชาชนในวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2568 จะใช้วิธีการจัดสรรพันธบัตรแบบ Small Lot First (ทยอยจัดสรรพันธบัตรเป็นรอบๆ เวียนจนครบผู้ซื้อทุกราย) โดยทวีคูณรอบละ 1,000 บาท ซึ่งลำดับในการจองซื้อก่อน-หลัง ไม่มีผลต่อการจัดสรร และในกรณีที่วงเงินพันธบัตรที่จะจัดสรรในรอบสุดท้ายไม่เพียงพอที่จะจัดสรรให้ผู้ซื้อทุกราย ระบบคอมพิวเตอร์จะจัดสรรพันธบัตรในรอบสุดท้ายด้วยวิธีการสุ่ม จนครบวงเงินจำหน่าย ทั้งนี้ ผู้จองซื้อจะทราบผลการจัดสรรพันธบัตรและได้รับเงินคืน กรณีที่ไม่ได้รับจัดสรรพันธบัตร หรือได้รับจัดสรรไม่ครบตามวงเงินจองซื้อ ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568
“วงเงินที่จำหน่ายบนวอลเล็ต สบม.และผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะแยกจากกัน โดยผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้ทั้ง 2 ช่องทาง ประชาชนที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหนังสือชี้ชวนและเอกสารสรุปเงื่อนไขการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ หรือสอบถามได้กับธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง 6 แห่ง” นายพชรกล่าว
นายพชรกล่าวด้วยว่า สำหรับแนวโน้มการจำหน่าย พันธบัตรออมทรัพย์ของรัฐบาล ยังอยู่ในเกณฑ์ดี เชื่อว่ายังเป็นที่นักลงทุนยังต้องการสูง เนื่องจากพันธบัตรรัฐบาลเป็นสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนสูง และความเสี่ยงต่ำ นอกจากนี้ สบน.มีแผนจะออกพันธบัตรออมทรัพย์ประมาณ 2568 อีก 1-2 ครั้ง โดยรวมแล้วไม่เกิน 3 ครั้ง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้เงินตามแผนการกู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณ

