หุ้นไทยร่วงหนัก 16.24 จุด มูลค่าซื้อขายหดเหลือ 3.2 หมื่นล้าน กังวลเทรดวอร์บานปลาย
เมื่อวันที่ 21 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,150.95 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,134.71 จุด ปรับลดลง 16.24 จุด หรือลบ 1.41% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,153.83 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,130.56 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 32,465.37 ล้านบาท
นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ ปรับลดลงอย่างรุนแรง โดยมีความกดดันหลักมาจากข่าวกรณีที่จีนเตือนประเทศต่างๆ หากยอมทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ แล้วสร้างความเสียหายกับจีน ผ่านการปรับลดสินค้านำเข้าจากจีน จะถูกดำเนินการตอบโต้จากจีนอย่างเด็ดขาดเช่นกัน ทำให้ตลาดกังวลจนหุ้นปรับลดลงแรง โดยกลุ่มหุ้นที่ปรับลงกดดัชนีหลักๆ นำโดยกลุ่มพลังงานกลุ่มธนาคาร และกลุ่มค้าปลีก ส่วนกลุ่มหุ้นที่ปรับขึ้น คือ ICT
นายฐกฤต กล่าวว่า สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์ที่ 21-25 เมษายนนี้ ประเมินแนวรับที่ระดับ 1,118-1,094 จุด (Prior Low) ส่วนแนวต้านอยู่ที่ระดับ 1,147 – 1,155 จุด เครื่องมือทางด้านเทคนิคมีสัญญาณ Positive คือ เริ่มไม่มีจุดต่ำสุดใหม่เข้ามา แต่จุดสำคัญคือปริมาณการซื้อขายยังเบาบาง โดยความกังวลว่า ดัชนีหุ้นจะหลุดระดับ 1,100 อีกหรือไม่นั้น มองว่าอาจเห็นการหลุดระยะสั้นได้การเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐ ไม่เป็นไปตามคาดไว้ และโอกาสที่ดัชนีหุ้นไทยจะวิ่งยืนเหนือ 1,200 จุดได้ มองว่ามาจากสถานการณ์กดดันใหญ่คลายตัวลง คือตลาดคลายกังวลสงครามการค้ารอบใหม่ของสหรัฐ หรือมีพัฒนาการเชิงบวกมากขึ้นออกมา

