หน้าแรก เศรษฐกิจ สแกมคริปโตในไ...

สแกมคริปโตในไทยทำไมมิจฉาชีพชอบใช้ Stablecoin

23.04.25 | 14:45 น.

สแกมคริปโตในไทยทำไมมิจฉาชีพชอบใช้ Stablecoin

นายวูการ์ อดิโกซาลอฟ (Vugar Adigozalov) ประธานเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการ บิตเก็ต แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีและบริษัท Web3 ชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า แวดวงคริปโตของไทยเผชิญปัญหาซึ่งกำลังสวมหน้ากากอยู่ จากการที่สินทรัพย์ดิจิทัลหรือเหรียญคริปโทฯ ที่มีความมั่นคงสูง( Stablecoin) อย่าง Tether (USDT) ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นตัวเลือก “ปลอดภัย” ในโลกคริปโตที่มีความผันผวนนั้น กลับกลายมาเป็นเครื่องมือที่เหล่ามิจฉาชีพมักเลือกใช้ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เรามาหาคำตอบกัน

Stablecoin เป็นเหรียญที่ตรึงมูลค่าไว้กับสินทรัพย์ที่คงที่ เช่น สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มีความผันผวนน้อยกว่า Bitcoin หรือ Ethereum ด้วยความเสถียรนี้เอง เมื่อรวมกับการโอนที่รวดเร็วและค่าธรรมเนียมที่ต่ำ ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เว้นแต่คุณจะเป็นมิจฉาชีพที่ต้องการสิทธิประโยชน์ในแบบเดียวกันนี้ ลองจินตนาการถึงสกุลเงินที่เคลื่อนย้ายง่าย ติดตามยาก และมูลค่าไม่เหวี่ยง ไม่ต่างอะไรจากการมอบรถสำหรับขับหลบหนีให้กับมิจฉาชีพ แถมยังเป็นรถที่ไม่มีวันน้ำมันหมดอีกด้วย

ลองดูตัวอย่างจากสแกมแบบ “เชือดหมู” ที่ขึ้นชื่อ เพราะนี่ไม่ใช่กลโกงฟิชชิ่งทางอีเมลต้มตุ๋นผู้สูงอายุทั่วๆ ไป แต่สแกมเมอร์จะใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนในการสร้างความไว้วางใจ โดยมักใช้โปรไฟล์ที่สร้างโดย AI หรือ Deepfake ก่อนที่จะโน้มน้าวเหยื่อให้ “ลงทุน” ในแพลตฟอร์มปลอม กว่าเหยื่อจะรู้ตัวว่าถูกหลอก USDT ของตนก็อันตรธานหายไปนานแล้ว เมื่อปีที่แล้ว การหลอกลวงต้มตุ๋นเช่นนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 40% พิสูจน์ให้เห็นว่าสแกมแบบเก่าก็ยังมาในกลอุบายใหม่ๆ ได้

แต่ข่าวดีก็คือประเทศไทยไม่ได้แค่ยืนดูเฉยๆ เพราะล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ร่วมมือกับตำรวจจีนในการทลายเครือข่ายใหญ่ ยึด USDT มูลค่ากว่า 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ พร้อมทั้งจับกุมตัวการสำคัญได้อีกด้วย ถึงจะเป็นจุดเริ่มต้น แต่เกมแมวจับหนูก็ยังคงดำเนินต่อไป ในขณะเดียวกัน ก.ล.ต. ของประเทศไทยก็ได้เปิดไฟเขียวให้สามารถเทรด USDT และ USDC ได้ในแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ซึ่งถือเป็นการขยับที่ทั้งกำกับดูแลและยอมรับว่า Stablecoin ไม่มีทางหายไปไหนได้

Advertisement

สาระสำคัญของเรื่องนี้คืออะไร Stablecoin ไม่ได้เป็นสิ่งที่ไม่ดีโดยเนื้อแท้ แต่จุดแข็งของตัวมันเอง ซึ่งก็คือความเสถียร ความเร็ว และการเข้าถึงได้นั้นกลับกลายเป็นดาบสองคมเสียเอง แม้จะมีนักเทรดที่ทำทุกอย่างถูกต้องซึ่งใช้ USDT เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวน แต่ก็ยังมีมิจฉาชีพที่ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์เดียวกันนี้เช่นกัน

แล้วบทเรียนคืออะไร ก็คือต้องหูไวตาไวเสมอ แม้ว่าคริปโตจะมีศักยภาพมหาศาล แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน แม้ประเทศไทยเข้มงวดกับข้อบังคับยิ่งขึ้นและปราบปรามผู้ที่กระทำผิด แต่อำนาจที่แท้จริงนั้นก็อยู่ที่ตัวผู้ใช้เอง ซึ่งก็คือการศึกษาหาข้อมูล มีความเอะใจ และคอยระวังสิ่งที่ “ดีเกินจริง” ในระดับที่เหมาะสม ในภูมิทัศน์สินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

แม้แต่ตัวเลือกที่เชื่อถือได้ที่สุดก็อาจนำมาซึ่งความท้าทายที่ไม่คาดคิดได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเฝ้าระวังและประเมินโอกาสดังกล่าวด้วยความรอบคอบ