ส.อ.ท.ชี้สหรัฐเลื่อนนัดเจรจา ทำให้ไทยมีเวลาเตรียมพร้อมเพิ่ม เชื่อการเมืองแยกส่วนกับราชการ ไม่กระทบเรื่องผู้นำทีมไทยแลนด์
เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงกรณีทางการสหรัฐเลื่อนการเจรจาไทย เกี่ยวกับเรื่องภาษีตอบโต้สหรัฐว่า ถ้ามองในมุมภาคเอกชนคิดว่าการที่สหรัฐเลื่อนเจรจากับไทยออกไปนั้น ลองมองในมุมสหรัฐแล้วปัญหาของไทยอาจจะไม่ใช่ปัญหาสำคัญของสหรัฐก็ได้ แต่ถ้าไทยได้คิวแรกๆ ในการเจรจา คือประเทศเราเป็นปัญหาใหญ่ของสหรัฐ ขณะที่ทางการไทยเองก็จะมีเวลาและมีโอกาสได้เตรียมการ อาทิ เรื่องนวัตกรรมที่สหรัฐมีซัพพลาย ส่วนไทยมีดีมานด์ อาจจะหยิบยกเรื่องนี้ไปเจรจาเพิ่มเติม
“หากมองในแง่ดี การที่สหรัฐเลื่อนคือไทยไม่ใช่ปัญหาสำคัญของเขา ซึ่งเวลาที่เลื่อนออกไปก็ทำให้ไทยมีเวลาเตรียมการมากขึ้น ผมมองว่าอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้” นายอภิชิตกล่าว
นายอภิชิตกล่าวว่า ส่วนกรณีกระแสข่าวเรื่องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ ถ้าเกิดขึ้นจริงจะส่งผลต่อการเจรจากับสหรัฐหรือไม่นั้น มองว่าเรื่องการเมืองกับภาคราชการที่มีหน้าที่ในการเจรจามีความแยกส่วนกัน โดยเรื่องการเมืองอาจจะกระทบบ้าง แต่วันนี้ทั่วโลกให้ความสนใจกับนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐ ประเทศไทยจะโดนขึ้นภาษีศุลกากร 36% จริงหรือเปล่า ขณะที่ประเทศที่ผลิตสินค้าอย่างเดียวกัน อาทิ เวียดนาม โดนภาษี 46% ถ้ามองไปตามนโยบายที่ประกาศออกมา ไทยก็ยังมีแต้มต่อถึง 10% ฉะนั้น ในช่วงที่ยังฝุ่นตลบอยู่นี้ก็ต้องรอดูก่อน
นายอภิชิตกล่าวถึงกรณีเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา หรือทีมไทยแลนด์ จะมีปัญหาหรือไม่ว่า ส.อ.ท.ยังไม่ได้มองไปถึงขนาดนั้น เท่าที่ดูทีมเจรจาที่นำโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มองว่าเป็นทีมเจรจาที่มีความเข้มแข็งและมีความพยายามที่จะไปเจรจา ดังนั้น ส.อ.ท.ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องของการเปลี่ยนตัวผู้นำทีม

