หน้าแรก เศรษฐกิจ DITP โชว์ 7 เ...

DITP โชว์ 7 เดือน ดึงรายได้เข้าไทย 36,921 ล้าน ขันนอตทูตพาณิชย์รับมือทรัมป์ 2.0

24.04.25 | 17:26 น.

DITP โชว์ 7 เดือน ดึงรายได้เข้าไทย 36,921 ล้าน ขันนอตทูตพาณิชย์รับมือทรัมป์ 2.0

วันที่ 23 เมษายน นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปี 2568กรมเตรียมส่งเสริมการส่งออก ผ่าน 510 โครงการ กว่า 700 กิจกรรมย่อย เป้าหมายสร้างมูลค่าการค้ารวมประมาณ 92,363 ล้านบาท และผู้ประกอบการได้รับประโยชน์ 261,804 ราย โดยสร้างมูลค่าการค้าจากกิจกรรมส่งเสริมการส่งออก 36,921 ล้านบาท และผู้ประกอบการได้รับประโยชน์ 42,409 ราย

สำหรับกิจกรรมสำคัญที่ได้ดำเนินการมาแล้วช่วง 7 เดือน อาทิ การจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ 4 งาน คือ งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair (อัญมณีและเครื่องประดับ) THAIFEX Horec Asia (ธุรกิจ ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่และธุรกิจจัดเลี้ยง STYLE Bangkok (ไลฟ์สไตล์และแฟชั่น) และ TAPA (ยานยนต์และชิ้นส่วน) สร้างมูลค่าการค้ารวม 11,169 ล้านบาท โดยมีส่วนช่วยผลักดันผู้ประกอบการ SME เปิดตัวสู่ตลาดต่างประเทศได้เป็นจำนวนมาก และยังได้สนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้าอีก 3 งาน โดยประสานผู้ซื้อจากต่างประเทศมาเจรจาธุรกิจ คือ Bangkok Design Week (งานออกแบบ) ADFEST (งานโฆษณา) Bangkok Rights Fair (ซื้อขายลิขสิทธิ์หนังสือ) สร้างมูลค่าการค้าอีกกว่า 256 ล้านบาท

ส่วนช่วงที่เหลือของปี 2568 กรมมีกำหนดจัดงานใหญ่ 3 งาน คือ THAIFEX Anuga Asia 2025 (27-31 พ.ค.) TILOG-Logistix (ส.ค.) Bangkok Gems and Jewelry Fair (ก.ย.) และสนับสนุนการจัดงานอีก 1 งาน คือ งาน Bangkok International Digital Content Festival (ส่งเสริมธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์) คาดว่าช่วยสร้างมูลค่าซื้อขายและนำรายได้เข้าประเทศอีกไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาท

นางสาวสุนันทา กล่าวว่า DITP มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2568 ของกระทรวงพาณิชย์ ที่มี 7 มาตรการ 25 แผนงาน โดยรับผิดชอบมาตรการส่งเสริมตลาดต่างประเทศ และมาตรการยกระดับสินค้าผลไม้ไทย มีผลการดำเนินการที่สำคัญ คือ การจัดจับคู่ธุรกิจสินค้าผลไม้สด แปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตรอื่น ๆ ที่จัดต่อเนื่องทุกปี และปีนี้เป็นปีที่ 6 ประสบความสำเร็จเกินเป้า เกิดมูลค่าการค้า 115.287 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 4,035.045 ล้านบาท ล่าสุดร่วมไปกับคณะนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางไปลาวและจีน เพื่อสำรวจเส้นทางโลจิสติกส์ แก้ไขอุปสรรคการค้ารองรับฤดูกาลผลไม้ และหารือผู้นำเข้า เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายทุเรียนไทย

Advertisement

นอกจากนี้ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในต่างประเทศ สามารถเชื่อมโยงซื้อขายลำไยจังหวัดลำพูนกับผู้นำเข้าอินโดนีเซีย มูลค่า 798 ล้านบาท นำผลไม้ไทยเข้าร่วมงานและประชาสัมพันธ์ในการแสดงสินค้า เช่น งาน Sial ฝรั่งเศส (ต.ค.67) BIOFACH เยอรมนี(ก.พ.68) Gulfood ยูเออี (ก.พ.68) Foodex Japan ญี่ปุ่น (มี.ค.68) World Travel Market (WTM) Latin America ณ เซาเปาโล บราซิล (เม.ย.) ส่วนในช่วงที่เหลือของปีนี้ มีแผนยกระดับผลไม้ไทยในงาน THAIFEX Anuga Asia 2025 (พ.ค.68) เข้าร่วมงาน Seoul Food & Hotel เกาหลีใต้ (มิ.ย.68) Fine Food Australia ออสเตรเลีย (ก.ย.68) และ China-Arab States Expo จีน (ก.ย.68) ทางด้านการส่งเสริม Soft Power ไทยสู่เวทีโลก DITP เป็นผู้สนับสนุน 6 อุตสาหกรรมจาก 14 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ หนังสือ เกม การออกแบบ แฟชั่น ภาพยนตร์ ละครและซีรีส์ มีตลาดเป้าหมาย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส สหรัฐฯ โดยผลการดำเนินงานช่วง 7 เดือน (ก.ย.67-มี.ค.68) สร้างมูลค่าการค้ากว่า 9,660 ล้านบาท ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ 323 ราย

ขณะเดียวกัน มีแผนยกระดับและปรับภาพลักษณ์ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เพื่อขับเคลื่อน Soft Power ด้านอาหารไทย ยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในด้านอาหารไทยสู่ครัวของโลก ตามนโยบายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยจะปรับตราโดยเพิ่มสัญลักษณ์ “ดาวเกียรติยศรูปดอกกล้วยไม้” ที่สื่อความหมายถึงความประณีตของกระบวนการปรุงอาหารไทย และนำมาใช้ในการจัดระดับการมอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ให้กับร้านอาหารไทย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะคิกออฟในวันที่ 30 เม.ย.68 และจัดกิจกรรมยกระดับภาพลักษณ์อาหารไทยและตรา Thai SELECT ในวันที่ 28 พ.ค.นี้ โดยกราบทูลเชิญทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นองค์ประธาน และทูตพาณิชย์จะดำเนินการคู่ขนานเพื่อโปรโมตตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ด้วย

นางสาวสุนันทา กล่าวว่า สำหรับการเตรียมการรับมือกับมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ รัฐบาลได้มีการเตรียมความพร้อมก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่ง มีการแต่งตั้งคณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา มีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ซึ่งได้มีการเตรียมความพร้อมในการเจรจากับสหรัฐฯ แล้ว และในส่วนของ DITP ได้เตรียมการรับมือ โดยสนับสนุนข้อมูลจากทูตพาณิชย์ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น ผลกระทบจากการขึ้นภาษี ผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้าไทย การติดตามและประเมินท่าทีของประเทศต่าง ๆ ต่อมาตรการ การเร่งหาผู้นำเข้ารายใหม่ ๆ และการวางแผนร่วมกับภาคเอกชนรองรับผลกระทบ วางแผนการเปิดตลาดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ

ทั้งนี้ วันที่ 25 เมษายนนี้ กรมจัดสัมมนา ‘ถอดรหัสนโยบายภาษีทรัมป์ โอกาสสู่การค้ายุคใหม่’ ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการค้ายุคใหม่ (NEA) ถนนรัชดาภิเษก เปิดฟังมุมมองต่างๆในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส แล้วเราจะคว้าโอกาสเหล่านั้นได้อย่างไร งานนี้จะเจาะลึกว่าสินค้าหลักของไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ อยู่ตรงไหนในตลาดโลก คู่แข่งของเราต้องเจอกับอัตราภาษีเท่าไหร่ เปรียบเทียบกับเราแล้วเป็นอย่างไร มีมาตรการอะไรที่รัฐสามารถช่วยสนับสนุน หรือ บางกรณีอาจไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะคู่แข่งเสียเปรียบเรื่องภาษีมากอยู่แล้ว และที่สำคัญ หลายประเทศยังมองว่าสินค้าไทยมีคุณภาพ โดยจะรวบรวมสถานการณ์และข้อเสนอต่างๆ เสนอผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงและรัฐบาลต่อไป