หน้าแรก เศรษฐกิจ อสังหาฯ เหนือ...

อสังหาฯ เหนือ-อีสาน ชะลอตัวทุกจังหวัด ยอดขายร่วงยกแผง สต๊อกเหลือขาย แสนล้าน

25.04.25 | 13:55 น.

ตลาดอสังหาฯ เหนือ-อีสาน ชะลอตัวทุกจังหวัด ยอดขายร่วงยกแผง สต๊อกเหลือขายแสนล้าน

เมื่อวันที่ 25 เมษายน ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานสถานการณ์ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย ที่ยังอยู่ระหว่างขายในช่วงครึ่งหลังปี 2567 ของจังหวัดภาคเหนือ 5 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก นครสวรรค์ และลำพูน และ 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี และมหาสารคาม

โดยภาคเหนือพบว่าสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังอยู่ระหว่างขายประเภทบ้านจัดสรรภาพรวมยังคงชะลอตัวในทุกจังหวัด แม้มาตรการลดค่าโอนและจดจำนองสำหรับที่อยู่อาศัยในระดับราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท ยังไม่สามารถกระตุ้นการซื้อขายที่อยู่อาศัยในภาคเหนือได้ ขณะที่ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของคนต่างชาติ เป็นส่วนในการกระตุ้นการซื้อขายอาคารชุดในเชียงใหม่ได้เพียงจังหวัดเดียว

ส่งผลให้มีที่อยู่อาศัยพร้อมขาย 17,464 หน่วย เพิ่มขึ้น 2.6% และมูลค่า 73,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 15,379 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.7% มูลค่า 66,713 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% และอาคารชุด 2,085 หน่วย เพิ่มขึ้น 9.9% มูลค่า 6,487 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.4% โดย 58.7% เป็นที่อยู่อาศัยเสนอขายในเชียงใหม่ 10,250 หน่วย มูลค่า 45,971 ล้านบาท ขณะที่หน่วยขายได้ใหม่ลดลง 17.6% ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยเหลือขายในพื้นที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 4.5%

สำหรับทำเลเหลือขายสูงสุดแต่ละจังหวัด โดยพื้นที่เชียงใหม่มี 5 อันดับแรก
อันดับ 1 โซนสันทราย จำนวน 2,350 หน่วย มูลค่า 9,547 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนหางดง จำนวน 1,002 หน่วย มูลค่า 5,099 ล้านบาท
อันดับ 3 มหาวิทยาลัยพายัพ จำนวน 925 หน่วย มูลค่า 4,564 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนสารภี จำนวน 879 หน่วย มูลค่า 4,046 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนบ่อสร้าง-ดอยสะเก็ด จำนวน 876 หน่วย มูลค่า 3,924 ล้านบาท

Advertisement

ทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 3 ทำเลในพื้นที่เชียงราย
อันดับ 1 โซนในเมืองเชียงราย จำนวน 1,351 หน่วย มูลค่า 5,844 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนสนามบิน-มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จำนวน 1,100 หน่วย มูลค่า 3,915 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนแม่สาย จำนวน 143 หน่วย มูลค่า 486 ล้านบาท

ทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 3 อันดับแรกในพื้นที่พิษณุโลก
อันดับ 1 โซนมหาวิทยาลัยนเรศวร-ท่าทอง จำนวน 613 หน่วย มูลค่า 3,618 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนหัวรอ จำนวน 492 หน่วย มูลค่า 1,966 ล้านบาท
อันดับ 3 บึงพระ จำนวน 318 หน่วย มูลค่า 623 ล้านบาท

ทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 3 อันดับแรกในจังหวัดนครสวรรค์
อันดับ 1 โซนดรีมแลนด์ จำนวน 443 หน่วย มูลค่า 2,171 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนท่าทอง จำนวน 358 หน่วย มูลค่า 1,119 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนตะเคียนเลื่อน จำนวน 229 หน่วย มูลค่า 733 ล้านบาท

ทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 3 อันดับแรกในพื้นที่ลำพูน
อันดับ 1 โซนสหพัฒน์ จำนวน 290 หน่วย มูลค่า 817 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนโรงพยาบาลลำพูน จำนวน 103 หน่วย มูลค่า 270 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนนิคมฯ ลำพูน-บ้านม้า จำนวน 81 หน่วย มูลค่า 194 ล้านบาท

ส่วนสถานการณ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าการขายทุกจังหวัดยังคงทรงตัว ยกเว้นบางพื้นที่หรือบางทำเลที่เปิดตัวโครงการใหม่ประเภทอาคารชุดและวิลล่า เนื่องจากเป็นทำเลมีศักยภาพทำให้ยอดขายและอัตราดูดซับดีขึ้น โดยมีอุปทานพร้อมขาย 14,592 หน่วย มูลค่า 51,628 ล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุด 4,265 หน่วย มูลค่า 11,542 ล้านบาท บ้านจัดสรร 10,327 หน่วย มูลค่า 40,086 ล้านบาท มียอดขายได้ใหม่ 1,737 หน่วย ลดลง 21.5% มูลค่า 5,714 ล้านบาท ลดลง 29.5% โดยนครราชสีมามียอดขายได้ใหม่บ้านแนวราบสูงสุด 372 หน่วย มูลค่า 1,482 ล้านบาท และจังหวัดขอนแก่นมียอดขายอาคารชุดสูงสุด 366 หน่วย มูลค่า 781 ล้านบาท

ขณะที่หน่วยงานในภาพรวม มีจำนวน 12,855 หน่วย เพิ่มขึ้น 10.3% มูลค่า 45,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% เป็นบ้านจัดสรร 9,290 หน่วย มูลค่า 36,094 ล้านบาท อาคารชุด 3,565 หน่วย มูลค่า 9,820 ล้านบาท โดยนครราชสีมา เป็นจังหวัดมีบ้านแนวราบเหลือขายสูงสุด 4,147 หน่วย มูลค่า 16,222 ล้านบาท ขณะที่ขอนแก่นมีหน่วยอาคารชุดเหลือขายสูงสุด 2,223 หน่วย มูลค่า 4,713 ล้านบาท

สำหรับทำเลเหลือขายสูงสุดในพื้นที่นครราชสีมา 5 อันดับแรก
อันดับ 1 โซนในเมือง จำนวน 1,450 หน่วย มูลค่า 5,596 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนจอหอ จำนวน 1,338 หน่วย มูลค่า 4,344 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนหัวทะเล จำนวน 633 หน่วย มูลค่า 2,143 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนปากช่อง จำนวน 410 หน่วย มูลค่า 1,768 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนสุรนารี จำนวน 334 หน่วย มูลค่า 1,236 ล้านบาท

ทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรกในพื้นที่ขอนแก่น
อันดับ 1 โซนในเมือง จำนวน 1,953 หน่วย มูลค่า 5,719 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนเลี่ยงเมืองสนามบิน จำนวน 1,304 หน่วย มูลค่า 5,162 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนศิลา จำนวน 598 หน่วย มูลค่า 1,582 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนบ้านหนองหลุบ จำนวน 392 หน่วย มูลค่า 1,514 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนบ้านทุ่ม-บ้านหว้า จำนวน 336 หน่วย มูลค่า 1,037 ล้านบาท
ทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรกในพื้นที่อุบลราชธานี
อันดับ 1 โซนบ้านขาม จำนวน 444 หน่วย มูลค่า 1,246 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนเซ็นทรัลอุบล-ท่าบ่อ จำนวน 408 หน่วย มูลค่า 1,071 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนนาเมือง จำนวน 234 หน่วย มูลค่า 699 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนตลาดเจริญศรีอุบล จำนวน 98 หน่วย มูลค่า 248 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนห้วยวังนอง-ท่านิคม จำนวน 59 หน่วย มูลค่า 191 ล้านบาท

ทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรกในพื้นที่อุดรธานี
อันดับ 1 โซนในเมือง จำนวน 454 หน่วย มูลค่า 1,668 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนหมูม่น จำนวน 342 หน่วย มูลค่า 1,533 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนนาดี จำนวน 144 หน่วย มูลค่า 428 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนหนองบัว จำนวน 110 หน่วย มูลค่า 424 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนบ้านจั่น จำนวน 31 หน่วย มูลค่า 99 ล้านบาท

ทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรกในพื้นที่มหาสารคาม
อันดับ 1 โซนท่าสองคอน จำนวน 207 หน่วย มูลค่า 634 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนในเมือง จำนวน 114 หน่วย มูลค่า 347 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนม.ใหม่ จำนวน 96 หน่วย มูลค่า 234 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนแวงน่าง จำนวน 41 หน่วย มูลค่า 139 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนเกิ้ง จำนวน 23 หน่วย มูลค่า 61 ล้านบาท