หน้าแรก เศรษฐกิจ พิชัย ชี้ ใคร...

พิชัย ชี้ ใครเลื่อนไม่ใช่ประเด็น รอโอกาสเหมาะเจรจาภาษีสหรัฐ จับตาท่าทีจีน-เร่งปราบสินค้าสวมสิทธิ

25.04.25 | 13:57 น.

พิชัย ถก แก้สินค้าธุรกิจตปท.ผิดกม.วางกรอบ ระยะสั้น “คุมคุณภาพ-เข้มขายออนไลน์-สกัดนอมินี” เร่งปราบสินค้าสวมสิทธิ์ โชว์สหรัฐฯ ลั่น ใครเลื่อนไม่เลื่อนเจรจาภาษีทรัมป์ ไม่ใช่ประเด็น แจง ไทย รอจังหวะเจรจาคู่ค้าใหญ่ลงตัว เชื่อ ทำวางกรอบพูดคุยง่ายขึ้น

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 25 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ร่วมแถลงผลการประชุมหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย

นายพิชัย ชุณหวชิร กล่าวว่า ที่ประชุมได้ติดตามเรื่องที่นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ดำเนินการกรณีสินค้าที่ทะลักเข้าประเทศไทยอย่างมาก ในระดับที่เรียกว่าเป็นชิ้นและเข้ามาพร้อมขาย ทั้งมีคุณภาพและด้อยคุณภาพ โดยเรื่องนี้จะต้องไปติดตามดู เรื่องที่สองการพูดคุยกันร้านค้า โดยเฉพาะภาคบริการที่เข้ามาในรูปแบบของนอมินี เราจะมีวิธีการดำเนินการอย่างไรโดยทั้งหมดที่พูดนี้ เป็นเรื่องที่เรามอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปดูแผนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว

รองนายกฯกล่าวว่า สินค้าที่ทะลักเข้ามาในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว มีบางส่วนอยู่ในประเทศไทยเพื่อจำหน่ายต่อ บางส่วนนำเข้ามาแปรรูป และส่งไปต่างประเทศตามที่เป็นข่าว และเป็นเรื่องที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจับตาอยู่ว่าสินค้าเหล่านี้เป็นของไทยจริงหรือไม่ โดยจะตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้น

นายพิชัยกล่าวว่า หลักในการควบคุมสินค้าจะเน้นดูของที่ไม่มีคุณภาพที่ทำให้ผู้บริโภคของเราปัญหา ซึ่งลักษณะของสินค้าเหล่านี้ที่ไม่มีคุณภาพ จะพบว่ามีต้นทุนต่ำ ขายราคาถูกเราจึงต้องมีมาตรการดูสินค้าจากต้นทางได้รับการอุดหนุนช่วยเหลือจากต้นทางทำให้ราคาถูกและไม่ได้คุณภาพ เมื่อก่อนใช้เวลาตรวจนาน แต่ในระยะสั้นเราจะรับเรื่องและเข้าตรวจสอบทันที ถ้าอธิบายไม่ได้ว่าทำไมต้นทุนถึงราคาถูก และจะร่วมมือกับองค์การอาหารและยา ถ้าไม่ได้คุณภาพจะยกเลิกทันทีโดยไม่ต้องรอผู้ที่มาร้องเรียน

Advertisement

นอกจากนั้นสินค้าทางออนไลน์ที่นำเข้ามาเก็บพักไว้ และส่งต่อจำหน่ายอยู่ในแพลตฟอร์ม เช่น Temu หรือแพลตฟอร์มอื่นจะเข้าไปตรวจสอบว่าถูกต้องตามข้อบังคับหรือไม่ บางอันไม่มีฉลากหรือไม่มีใบรับรองมาตรฐาน เราจะแจ้งเจ้าของแพลตฟอร์มให้ดึงออกจากระบบการขายทันที ไม่ให้โชว์หรือจำหน่าย ดังนั้นไม่ว่าเจ้าของแพลตฟอร์มถ้าอยากจะขายสินค้าในไทย ต้องจดทะเบียนในประเทศไทย และเป็นคนกลางที่เชื่อมระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อในไทย เพื่อทำให้ทุกอย่างเข้าที่ ทั้งหมดนี้เป็นมาตรการที่เร่งทำ

รมว.คลังกล่าวว่า ส่วนประเด็นเรื่องนอมินี ที่เข้ามาจดทะเบียนถือหุ้นไม่เกิน 50% แต่บางเรื่องสามารถเกินได้ใน โดยจะเข้าไปดูส่วนที่ถือครองหุ้นตั้งแต่ 1-49% จะต้องดูว่าผู้ที่ถือลำดับที่ 51% เป็นใคร หรือเป็นนอมินี มีการลงทุนหรือไม่ โดยจะต้องประสานกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบการจดทะเบียนว่าจดจริงหรือไม่ นอกจากนั้นการเข้ามาถือหุ้นไม่ถึง 50% เราจะไม่ให้ต่างชาติถือครองที่ดิน แต่ถ้ามีการแอบแฝงเข้ามาซื้อที่ดิน จะต้องมีการตรวจสอบในเรื่องการถือครองที่ดินด้วย โดยให้กระทรวงมหาดไทย เข้าไปช่วยดูในเรื่องการถือครองที่ดินเพื่ออะไรไม่ใช่เข้ามาถือครองธุรกิจแต่ดูเรื่องของที่ดินด้วย

นายพิชัยกล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาระยะปานกลาง และระยะยาว จะต้องทบทวนกฎหมายให้เป็นสากลมากขึ้น มีการกำกับและควบคุมให้ดีขึ้น และต้องดูว่าสินค้าและบริการประเภทไหนที่ไม่อนุญาตให้ทำ จะต้องมีการทบทวนในเรื่องเหล่านี้อีกครั้งเพื่อให้ชาวโลกเห็นว่าเราไม่ได้ปิดล็อก แต่จะทำให้เกิดความเป็นสากล เมื่อมีการออกกฎหมายมากำกับ ก็จะทำให้การตรวจสอบเป็นสากลมากยิ่งขึ้น

นายพิชัยกล่าวว่า นอกจากนั้นเฝ้าระวังเรื่องสินค้าสวมสิทธิที่ผ่านเมืองไทยออกไป และบางส่วนนำมาแปรรูปตบแต่งก่อนส่งออก ซึ่งอาจไม่ได้คุณภาพ จึงต้องมาดูวิธีการเฝ้าระวังว่าประเทศที่นำส่งไปปลายทางมีปัญหาอย่างไร และมาตรการนี้ได้รับการตอบรับที่น่าพอใจ เช่น สมมุติประเทศสหรัฐอเมริการจับตาดูสินค้านี้อยู่ว่าเป็นสินค้าสวมสิทธิหรือไม่ โดยมีวอตช์ลิสต์ ประมาณ 49 ชนิด และส่งมาเพิ่ม 16 ชนิด ที่ขอให้เราช่วยดู โดยเราจะตรวจคัด ทั้งโรงงาน กระบวนการผลิต และสอบถามเขาว่าสินค้าอย่างไรจึงจะไม่สวมสิทธิเมื่อทราบแล้วก็จะมาเข้มงวดดูแลให้ว่ามีมาตรฐานหรือไม่ เป็นไปตามหลักสากลหรือไม่ และที่สำคัญคือต้องมีใบรับรอง ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า ที่จะสามารถออกใบรับรองทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พร้อมขอความร่วมมือบูรณาการทำงานเร็วเพื่อให้มาอยู่ที่ส่วนกลางและออกใบรับรองโดยกระทรวงพาณิชย์ ที่จะตรวจสอบผลิตให้เกิดความมั่นใจว่าสินค้ามีคุณสมบัติ ส่งผ่านได้โดยไม่มีการนำสินค้ามาแวะตีตราที่ประเทศไทยแล้วส่งออก

“วันนี้เราทิ้งช่วงเวลาเพื่อแก้ไขปัญหาในระดับหนึ่ง โดยทางนั้นได้ส่งเจ้าหน้าที่และประสานงานกับเรา ทำงานร่วมกัน เท่าที่ทราบเขาพอใจระดับหนึ่งและเห็นว่าใช้ได้ โดยสินค้าที่ไปจากไทยจะทำให้ดีขึ้น ทำให้เรียบร้อย เพื่อเป็นการเตรียมการไว้ โดยผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (ยูเอสทีอาร์) เจ้าหน้าที่ที่มาทำงานร่วมกับเรา ร่วมกับกรมศุลอเมริกา จะทำงานร่วมกันเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้สำคัญ เป็นเรื่องระหว่างประเทศที่ใกล้ตัว ต้องทำให้ตอบโจทย์ จึงมอบหลายกระทรวง รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะต้องไปช่วยดูเรื่องของวีซ่า และคนที่อยู่เกินวีซ่า รวมถึงการลักลอบเข้ามาทำงานด้วยหรือไม่ และจะติดตามผลดำเนินการอีกสักระยะ เพื่อให้เห็นว่าการทำแบบนี้สมเหตุสมผล ไม่ใช่เป็นการปิดกั้นในการเข้ามา เพื่อทำให้เป็นไปตามกฎหมายไทยด้วยความนุ่มนวล และเป็นมิตรกับทุกคน ตามที่นายกฯกำชับให้ดูเรื่องนี้” รมว.คลังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงว่าการตรวจสอบสินค้าสวมสิทธิ ต้องทำให้เสร็จก่อนที่จะเดินทางไปเจรจาเรื่องภาษีทรัมป์หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า เราเริ่มทำแล้วและทั้งสหรัฐก็ได้เห็นวิธีการการดำเนินการของเรา ถ้าพึงพอใจเขาคงบอกว่าไม่ต้องตรวจสอบแล้ว หรืออาจปรับเพิ่มรายการไปเรื่อย และอาจจะมีรายการเพิ่มหรือไม่ต้องตรวจแล้ว แต่วันนี้เขาพอใจในวิธีการว่าสิ่งที่เราตรวจสอบเป็นไปตามมาตรฐานหรือสิ่งที่เขาอยากเห็น

เมื่อถามย้ำว่าสิ่งที่เราทำพยายามสื่อสารทำให้สหรัฐเห็นว่าเราดำเนินการแล้ว นายพิชัยกล่าวว่า สิ่งนี้เป็นเรื่องดีเพื่อทำให้เป็นหลักสากลและเป็นธรรมกับคู่ค้าทุกฝ่ายเพราะเราไม่รู้ว่าสินค้าที่รีบออกไปจะได้มาตรฐานหรือไม่และเป็นสินค้าไทยหรือไม่ เพราะคู่ค้าแต่ละคนได้มีการพูดคุยกันว่าการซื้อขายของแต่ละประเทศอธิบายที่มาที่ไปได้ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยถ้าไม่มีเรื่องภาษีทรัมป์ก็อยากจะให้ทำอยู่แล้ว

เมื่อถามกรณีที่ฝ่ายค้านสอบถามถึงความชัดเจนว่าสรุปแล้วเลื่อน หรือไม่ได้นัดหมายตั้งแต่แรก นายพิชัยกล่าวว่า เราเลื่อนหรือเขาเลื่อนไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าเวลาที่เหมาะสมนั่นคือคำตอบ ถ้าเวลายังไม่ไม่เหมาะสมเราอยากขอเลื่อน วันนี้ดูเวลาและโอกาสที่เหมาะสมคือ เราไม่ได้เป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ 10 อันดับแรก แต่อยู่ในลำดับหลัง แม้เราจะได้เปรียบเรื่องการค้า ดังนั้นเวลาเขาจะเจออะไรต้องมีกรอบการเจรจาและเดินตามกรอบของรายใหญ่ ถ้าเรารู้ในกรอบของรายใหญ่แล้วจึงต้องมาปรับ เพื่อให้เกิดความเท่ากัน และดีใจที่เราไม่รีบไป เพราะถึงอย่างไรเขาต้องเจรจากับกรอบใหญ่ก่อนเพื่อให้ได้ข้อยุติ นอกจากนั้นเราจะได้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงในการเจรจา ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพราะเงื่อนไขการค้าที่เปลี่ยนไปจะนำมาซึ่งเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและการเงินที่เปลี่ยนไป แล้ววันนี้เงื่อนไขทางการเงินที่เปลี่ยนไปทำให้เกิดผลกระทบกับทุกคน ดังนั้นเงื่อนไขทางการคุยจะต้องเรื่องเงื่อนไขทางการเงินประกอบกับเงื่อนไขทางการค้าด้วย เมื่อเราได้ยินว่าเขาจะคุยเรื่องเหล่านี้ เราก็จะต้องเตรียมการในเรื่องเหล่านี้ เช่น ทั้งค่าเงินอัตราดอกเบี้ย และหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง เพราะแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน โดยสถานะทางการเงินของเราก็มีสถานะที่ต่างกันออกไป ดังนั้นใครจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน เราต้องดูจังหวะเวลา ถ้าสหรัฐคิดว่าเขาได้กรอบแล้วก็คงส่งสัญญาณมา ถ้าเราดูแล้วว่ากรอบครบถ้วนก็คงจะไป เพราะทั้งหมด 100 กว่าประเทศ จะแยกเป็นสองประเภทคือ ประเทศที่อยู่ในกรอบที่อธิบายได้ว่าอยู่ในกรอบเดียวกันแต่เงื่อนไขต่างกัน ตามสถานะของแต่ละประเทศ

เมื่อถามว่าเราต้องดูท่าทีของจีนกับสหรัฐที่พูดคุยกันด้วยหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า สำคัญและเราเฝ้าจับตาเงื่อนไขนี้ตลอด แล้วก็พัฒนาการที่เราแอบคาดเดาและภาวนาหวังว่าจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น คลื่นจะเล็กลง เราก็จะทำงานได้ง่ายขึ้น ถือว่ามีความจำเป็นที่จะต้องดูควบคู่กันไป

ถามว่าหาก กนง.พิจารณาลดดอกเบี้ย จะมีเงื่อนไขเจรจาอะไรหรือไม่ นายพิชัยกล่าวว่า เรื่องนี้จะไม่แตะ เพราะดูให้ดีจะอยู่ในเงื่อนไข เพราะเป็นกติกาของเขาที่ระบุว่าเวลาจะทำอะไรไม่อยากเห็นการแทรกแซงค่าเงิน อัตราดอกเบี้ยจะเป็นผลต่อค่าของเงิน จึงไม่ควรพูดและเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เห็นทุกอย่างทั้งปริมาณเงินในประเทศไทย เห็นเศรษฐกิจ และเห็นสภาพคล่องทางการเงิน ที่ต้องไปคิดเองว่าจะทำอย่างไร

เมื่อถามถึงแผนการกู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการต่างๆ นายพิชัยกล่าวว่า อย่าเพิ่งเรียกว่าแผนการกู้เงิน เพราะทุกคนว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้กว่าจะแก้ไขจบได้จะมี 2 เรื่อง ต่อให้จบในทางที่ดีช่วงนี้ทุกคนยังคิดไม่ออกเหมือนนาฬิกาหยุดเดิน การค้าชะงัก บางส่วนเร่งซื้อบางส่วนไม่ซื้อ บางส่วนไม่ลงทุน จึงเดาว่ามีผลต่อจีดีพีแน่นอน และระดับความรุนแรงขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะออกมา เราต้องประเมินว่าผลกระทบธรรมดาปานกลางและหนักจะเป็นอย่างไร คำว่าจีดีพีไม่ดี คือไม่กินดีอยู่ดี ไม่มีเงินซื้อ ไม่มีการจ้างงาน และไม่มีการผลิตเพื่อส่งออกและบริการ โดยปัญหาจะต้องหยิบมาวางให้สังคมเห็นถึงเป็นความจำเป็น ซึ่งหลายประเทศต้องดูสิ่งเหล่านี้และดูความเคลื่อนไหวของอาเซียนเช่นเดียวกัน ว่าจะไปกู้ที่ไหนต้องดูว่ามีโครงการอะไรและตอบโจทย์ต่ออนาคตของประเทศไทยในเชิงประสิทธิภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือไม่ ถ้าไปบอกไปก่อนก็จะเกินสถานการณ์ไป

เมื่อถามว่าสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ เรื่องการจ่ายเงินดิจิทัลยังอยู่ใช่หรือไม่ นายพิชัยกล่าวว่า ขอให้ใจเย็นในเรื่องนี้

ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับสินค้าที่ด้อยคุณภาพเราได้ดำเนินคดีกว่า 29,000 คดี และจะทำให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ส่วนปัญหาเรื่องนอมินีจับกุมแล้ว 852 บริษัท ทุนจดทะเบียน 15,188 ล้านบาท ยืนยันเราให้ความสำคัญและดำเนินการต่อ ปัจจุบันมีบริษัทกว่า 49,000 บริษัท ที่มีต่างชาติถือหุ้น เราจะเข้าไปตรวจสอบในเรื่องพวกนี้ว่ามีนอมินีจริงหรือไม่และจะแก้ไขต่อไป

ด้านปลัดพาณิชย์กล่าวว่า หลักในการควบคุมสินค้า ต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคเป็นหลัก และดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่ นอกจากนั้นจะดำเนินการกับสินค้าที่นำเข้าจากทุกประเทศอย่างเท่าเทียมและเหมือนกันโดยคำนึงถึงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สินค้าอาหารและยา และเรื่องสลากบางรายการที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ต้องระบุวิธีการใช้โดยจะต้องมีสลากภาษาไทยกำกับ

ผู้สื่อข่าวถามว่าทางสหรัฐจะส่งตัวแทนมาตรวจในเรื่องของสินค้าสวมสิทธิหรือไม่ ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า กรมการค้าต่างประเทศที่เป็นผู้ออกใบรับรองและสินค้าได้ทำเวิร์กช็อปหารือร่วมกันว่ากระบวนการของเราจะเซตซีโร่ ตั้งแต่โรงงาน ใบรับรองและสินค้าอย่าเข้มงวด รวมทั้งต้นทุนและหารือศุลกากรสหรัฐประจำประเทศไทย ที่เข้ามาดูกำหนด ซึ่งเป็นกระบวนการที่เขาพึงพอใจ และมีการส่งรายการสินค้าที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ โดยทำงานร่วมกัน เพราะยังมีประเด็นที่เขาห่วงใยและเราทำงานร่วมกันได้เป็นที่พอ