หน้าแรก เศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกสิ...

ศูนย์วิจัยกสิกร ประเมินวีคหน้า 28 เม.ย.-2 พ.ค. ปัจจัยรุมเร้า คาด ‘บาทอ่อน-ดัชนีหุ้นแผ่ว’

26.04.25 | 17:06 น.

ศูนย์วิจัยกสิกร ประเมินวีคหน้า 28 เม.ย.-2 พ.ค. ปัจจัยรุมเร้า คาด ‘บาทอ่อน-ดัชนีหุ้นแผ่ว’

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ธนาคารกสิกรไทย มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ช่วงวันที่ 28 เมษายนถึง 2 พฤษภาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 33.00-34.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากวันที่ 25 เมษายน เงินบาทปิดตลาด 33.54 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เงินบาทแข็งค่าขึ้นตามการพุ่งขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมกนง. ในวันที่ 30 เมษายน รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนมีนาคมของไทย สถานการณ์ของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ราคาทองคำในตลาดโลก สัญญาณฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และผลการประชุม BOJ

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องชี้แรงงาน JOLTS ดัชนีราคา PCE/Core PCE ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนมีนาคมตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชน ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิต ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนเม.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI เดือนเมษายนของจีน ญี่ปุ่น อังกฤษ และยูโรโซน ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 และอัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนของยูโรโซนด้วยเช่นกัน
แรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของต่างชาติ และการแข็งค่าของสกุลเงินเอเชียอื่นๆ สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่เผชิญแรงกดดันต่อเนื่องจากความกังวลต่อผลกระทบของ Tariffs ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และประเด็นความขัดแย้งระหว่างปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานเฟด โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 6 เดือนครั้งใหม่ที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า วันที่ 28 เมษายนถึง 2 พฤษภาคม ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,140 และ 1,125 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,175 และ 1,190 จุด ตามลำดับ จากวันศุกร์ที่ 25 เมษายน ดัชนี SET ปิดที่ 1,159.00 จุด เพิ่ม 0.70% มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 36,044.79 ล้านบาท เพิ่ม 9.53% ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์สงครามการค้า หลังจากมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ จะกดดันให้ประเทศอื่นๆ โดดเดี่ยวจีน ซึ่งจีนก็พร้อมตอบโต้ประเทศที่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ประกอบกับมีการเลื่อนการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ส่งผลให้เกิดแรงเทขายทำกำไรในหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ที่ประกาศผลประกอบการเสร็จสิ้นไปแล้ว

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. ผลประกอบการไตรมาส 1/2568 ของบจ.ไทย ประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนี PCE/Core PCE Price Index เดือนมีนาคม ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิต ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงานเดือนเมษายน ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOJ ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนเมษายนของจีน ญี่ปุ่น อังกฤษและยูโรโซน ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนเมษายนของยูโรโซน

Advertisement