เปิดยุคสมัย‘ชีวาศรม’ทศวรรษที่4 ชู Family Wellness ตอบโจทย์สังคมเมือง
ธุรกิจภาคบริการช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ที่ต้องเผชิญกับหลายปัจจัยที่ไม่เคยเกิดขึ้น โดยเฉพาะสงครามการค้าโลก และการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ไม่ง่ายนักที่รักษาฐานลูกค้าและพยุงรายได้บริษัท ยิ่งเป็นธุรกิจบริการสุขภาพและเพื่อการพักผ่อน ที่ต้องอิงกับจำนวนคนและอารมณ์ของลูกค้า ซึ่งปัจจุบันธุรกิจบริการสุขภาพ สร้างรายได้ให้กับประเทศไม่ต่ำกว่า 4-5 หมื่นล้านบาทต่อปี และรายได้ส่วนใหญ่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ
วันนี้ “เฉลียงไอเดีย” ขอยกหนึ่งตัวอย่าง “ชีวาศรม” ธุรกิจการให้บริการด้านเวลเนส (Wellness) มีแนวคิดอย่างไรต่อการจัดการธุรกิจ
จุดเริ่มต้นแห่งชีวาศรม ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2538 ในยุคที่คำว่า “สปา” ยังไม่แพร่หลาย และแนวคิดเรื่อง “เวลเนส” ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง จุดเริ่มต้นของ “ชีวาศรม” นั้นแสนเรียบง่าย ทว่าเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ เริ่มต้นจาก “บ้านอยู่สบาย” บ้านพักตากอากาศริมชายหาดหัวหินของครอบครัว “โรจนเสถียร” สถานที่ที่ คุณบุญชู โรจนเสถียร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มักพาครอบครัวมาใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่บ้านหลังนี้ เต็มไปด้วยกิจกรรมอันอบอุ่นและเรียบง่ายได้ถูกจัดขึ้น ทั้งการตีแบดมินตัน ตีปิงปอง วิ่ง ทำอาหารร่วมกัน และพักผ่อนจากความวุ่นวายในเมืองหลวง นอกจากนี้ บ้านอยู่สบายยังเปิดต้อนรับเพื่อนสนิทมิตรสหายที่มาเยือนอยู่เสมอ
ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล คุณบุญชูเล็งเห็นถึงความสำคัญของสุขภาพ ไม่เพียงแต่สำหรับครอบครัวและคนใกล้ชิด แต่ยังปรารถนาที่จะนำเสนอการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยเน้นการนำวิถีปฏิบัติที่ดีมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนอย่างสมดุล และการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูง และด้วยแรงบันดาลใจนี้เอง บ้านอยู่สบายจึงถูกปรับปรุงและพัฒนาสู่ “ชีวาศรม” เพื่อรองรับผู้คนได้มากขึ้น และในวันที่ 19 เมษายน 2538 ชีวาศรม หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็ได้เปิดประตูต้อนรับผู้เข้าพักเป็นครั้งแรก ในฐานะรีสอร์ตเพื่อสุขภาพแบบองค์รวมแห่งแรกในเอเชีย
จวบจนปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 30 ปีที่ชีวาศรม หัวหิน ได้ยืนหยัดอย่างมั่นคง มอบบริการด้วยความเชี่ยวชาญ และช่วยให้ผู้เข้าพักบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพที่ตั้งไว้ ด้วยหัวใจแห่งการบริการแบบไทย ชีวาศรมได้สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะสวรรค์แห่งการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน

จากคำบอกเล่าของ คุณกฤป โรจนเสถียร บุตรชายของผู้ก่อตั้ง และประธานและประธานบริหาร บริษัท ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท จำกัด
“เดือนเมษายนปีนี้ ครบรอบ 30 ปีของชีวาศรม เป็นหมุดหมายสำคัญ ไม่เพียงแต่สำหรับเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้เข้าพักและพนักงานของเราที่ได้ร่วมสร้างชีวาศรมมาถึงสามทศวรรษ การเดินทาง 3 ทศวรรษของชีวาศรมถูกหล่อหลอมโดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ทั้งจากผู้มาเข้าพัก พนักงานที่ปฏิบัติงาน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลง (stay relevant) โดยยังคงยึดมั่นในรากฐานแห่งปรัชญาของชีวาศรมในการคืนสมดุลให้แก่ร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ เพื่อนำพาผู้เข้าพักเข้าใกล้การมีสุขภาพที่สมบูรณ์ให้ได้มากที่สุด

การมีสุขภาพที่ดีนั้นครอบคลุมมากกว่าแค่การไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ หากแต่เป็นการคงอยู่ของสุขภาวะ หรือภาวะอันเป็นสุข ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ การมีสุขภาพที่ดีจึงไม่ใช่แค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หากแต่เป็นความยั่งยืนที่ต้องเกิดขึ้นและปฏิบัติในทุกวันจนเป็นกิจวัตร เปรียบดั่งการเดินทางที่ทุกคนต้องเรียนรู้จักตนเองและการดูแลตนเองให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของตน ชีวาศรมจึงทำหน้าที่เป็นผู้นำทาง ให้ความรู้ และเดินเคียงข้างไปกับผู้แสวงหาสุขภาวะในระยะยาว
ไม่เพียงแต่ความยั่งยืนในสุขภาพส่วนบุคคล ชีวาศรมยังเชื่อว่าสุขภาพของบุคคลและสุขภาพของโลกนั้นแยกออกจากกันไม่ได้ สุขภาพของสิ่งแวดล้อมและชุมชนส่งผลโดยตรงต่อสุขภาวะของบุคคล ดังนั้น นับตั้งแต่วันเปิดให้บริการ ทุกการวางแผน การดำเนินงาน และการตัดสินใจของชีวาศรมจะพิจารณาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และมุ่งเน้นการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

ชีวาศรม เชื่อว่าความสมดุลที่แท้จริงในโลกปัจจุบันคือการมีสติและรักษาสมดุลทั้งกาย ใจ อารมณ์ ท่ามกลางบทบาทและความต้องการของชีวิต
ปรัชญานี้สะท้อนในการบริการแบบองค์รวมของชีวาศรม ที่ส่งเสริมความมั่นคงทางอารมณ์ จิตใจที่สงบ และอารมณ์ที่สดใส ซึ่งนำไปสู่ความยืดหยุ่นทางอารมณ์และความสุข ผู้เข้าพักจะได้สัมผัสการปรับสมดุลผ่านการออกกำลังกาย สติ การสัมผัสธรรมชาติ การบำบัด และการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพส่วนบุคคล พร้อมทั้งสนับสนุนการเชื่อมโยงกับครอบครัวและคนรอบข้าง เพราะความสมดุลไม่ได้มาจากการอยู่คนเดียว แต่มาจากการใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่า เราตระหนักว่าครอบครัวที่แข็งแกร่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคม หล่อหลอมตัวตนและบุคลิกภาพของแต่ละบุคคล การปลูกฝังความรู้ด้านสุขภาวะตั้งแต่เยาว์วัยจะช่วยสร้างรากฐานมั่นคงในการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว

โดยปี 2564 ซูลาล เวลเนส รีสอร์ท รีสอร์ตแห่งที่สองและบริหารโดยชีวาศรม เปิดให้บริการในประเทศกาตาร์ นับเป็นก้าวสำคัญของชีวาศรมในการ ขยายความสามารถของแบรนด์ในการส่งเสริมสุขภาวะแก่กลุ่มครอบครัว ด้วยการต้อนรับผู้เข้าพักทุกช่วงวัย เพื่อส่งเสริมช่วงเวลาแห่งการอยู่ร่วมกันของหลากหลายช่วงวัย การเรียนรู้และสร้างนิสัยที่ส่งผลดีต่อสุขภาพพร้อมกับคนที่คุณรัก และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของคนในครอบครัวรุ่นต่อรุ่น
สุขภาวะของครอบครัว หรือ Family Wellness เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ การเรียนรู้ และการเติบโตร่วมกัน ซึ่งจะช่วยสร้างอุปนิสัยที่ดี และสร้างสุขภาวะที่ดีในแก่คนหลากวัยในครอบครัว วิสัยทัศน์ของเราในเรื่องสุขภาวะของครอบครัว หรือ Family Wellness จึงต้องการเห็นสุขภาพของปัจเจกบุคคลที่แข็งแรงขึ้น และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่แข็งแกร่งขึ้น

วิสัยทัศน์ของชีวาศรมคือการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยผูกพันกับพันธกิจที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบและความเป็นอยู่ที่ดีของระบบนิเวศ กุญแจสู่ความสำเร็จในอนาคตคือการที่องค์กรเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยนวัตกรรม พัฒนาบริการให้เชื่อมโยงและตอบรับ (stay relevant) กับความต้องการของผู้มาใช้บริการ ในขณะที่ยังคงยึดมั่นในค่านิยมหลักของตนเอง ในวันนี้ที่ชีวาศรมครบรอบสามทศวรรษ ความตั้งใจของเรายังคงไม่เปลี่ยน เราต้องการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนและสุขภาวะของระบบนิเวศ” คุณกฤปกล่าว
ในยุค Digital Age ที่ผู้คนเชื่อมต่อกันผ่านโลกออนไลน์มากกว่าที่เคย ได้ส่งผลให้การสื่อสารและการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวนั้นลดน้อยลงเป็นอย่างมาก ซึ่งนำไปสู่ช่องว่างระหว่างวัย และความห่างเหินในความสัมพันธ์ของหลายครอบครัว โปรแกรม Family Wellness จึงถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูสายใยครอบครัวในทุกช่วงวัย ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน และสร้างความทรงจำที่ยั่งยืนรวมกัน

เรื่องดังกล่าว คุณวินย์ โรจนเสถียร ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ณ Zulal Wellness Resort ประเทศกาตาร์ เสริมว่า “ผมได้เห็นว่าเมื่อหลายครอบครัวได้ทำกิจกรรม Wellness ร่วมกัน พวกเขาจะมีความใกล้ชิดและผูกพันกันมากขึ้น เพราะได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่า และสิ่งที่น่าประทับใจไม่แพ้กันก็คือความผูกพันที่เกิดขึ้นระหว่างแขกกับพนักงานของเราด้วย มันเป็นความสัมพันธ์ที่เกิดจากความเอาใจใส่ ความคุ้นเคย และความเข้าใจ จนทำให้ทั้งแขกและพนักงานรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่มีคุณค่าและมีความหมายในแบบของเขาเอง
นับตั้งแต่ก่อตั้ง ชีวาศรมได้ผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมของตะวันออกเข้ากับวิทยาการสมัยใหม่ของตะวันตกในการให้บริการ ในขณะที่ชีวาศรม หัวหิน นำเสนอภูมิปัญญาอันล้ำค่าของไทย รีสอร์ตใหม่ในเครือที่ประเทศกาตาร์ ซูลาล เวลเนส รีสอร์ท ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นรีสอร์ตแห่งแรกของโลกที่นำการแพทย์แผนอาหรับและอิสลามดั้งเดิม (Traditional Arabic & Islamic Medicine-TAIM) ซึ่งมีรากฐานและหลักฐานมายาวนานนับศตวรรษ มาประยุกต์ใช้ในรูปแบบสมัยใหม่ TAIM ถูกผสานเข้ากับการบริการในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพโดยอิงหลักธาตุ หรืออุณหภูมิร่างกาย อาหาร สมุนไพร และทรีตเมนต์ต่างๆ โดย TAIM เน้นการบูรณาการทฤษฎีและการปฏิบัติที่มุ่งเน้นความสมดุล การป้องกัน และการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ ครอบคลุมทั้งยาสมุนไพร โภชนาการ การฝึกจิตใจและร่างกาย และการบำบัดด้วยมือ
การผสมผสานแนวทางดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคสมัยใหม่ ทำให้ซูลาลมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ที่เคารพมรดกทางวัฒนธรรมและตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพในยุคปัจจุบัน แนวทางนี้ไม่เพียงรักษาภูมิปัญญาโบราณ แต่ยังฟื้นฟูให้สอดคล้องกับความต้องการของโลกยุคใหม่

พนักงานคือหัวใจของชีวาศรม เราร่วมกันสร้าง ‘ที่พักพิงแห่งชีวิต’ ให้กับแขกทุกคนที่มาเยือน พนักงานของเรามิได้เป็นเพียงผู้ให้บริการ แต่คือผู้ดูแล ผู้ให้คำปรึกษา เปรียบเสมือนคนในครอบครัว ที่คอยสนับสนุนและเดินเคียงข้างแขกใน Wellness Journey ของเขา ความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับแขก คือสิ่งที่ทำให้การมาพักที่นี่ไม่ใช่แค่การใช้บริการ แต่คือการกลับมาสัมผัสพลังงานบวก และการต้อนรับที่ออกมาจากใจจริง ซึ่งไม่ได้เกิดจากบริการที่สมบูรณ์แบบเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสัมพันธ์และการทำงานร่วมกันด้วยใจเสมอมา” คุณวินย์กล่าว
และเพื่อให้ศาสตร์ Wellness ชีวาศรม เป็นแม่พิมพ์ จึงเปิดบริการ “ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล อะคาเดมี” ตั้งแต่ปี 2546 ที่กรุงเทพฯ เป็นโรงเรียนสอนวิชาชีพสปาแก่นักเรียนจากทั่วโลก วางรากฐานบนวิถีการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และเสริมสร้างทักษะอย่างมืออาชีพ พร้อมด้วยความเชี่ยวชาญเรื่องทฤษฎี เพื่อปูทางสู่ความสำเร็จแก่ผู้เรียนในธุรกิจสายสุขภาพและความงาม

ชีวาศรม เข้าทศวรรษที่ 4 นายกรด โรจนเสถียร ที่ปรึกษาประธานบริหาร กล่าวถึงก้าวต่อไปว่า ตอนนี้วิกฤตซ้อนวิกฤต สงครามการค้ากระทบต่อเศรษฐกิจโลก ย่อมทำให้คนระมัดระวังใช้จ่ายมากขึ้น นักท่องเที่ยวถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อโลกเครียดคนเครียดก็ต้องหาสิ่งที่ช่วยผ่อนคลาย เป็นเรื่องของจิตใจและอยากเยียวยาความรู้สึกที่ตึงๆ เรายังมองเป็นโอกาสที่ดีของบริการเพื่อสุขภาพ อย่างชีวาศรม ที่เรามีบริการแบบ 360 องศา มีโปรแกรมที่ไม่แค่มาใช้บริการแล้วสบาย แต่ยังสามารถนำไปปฏิบัติต่อที่บ้าน ยิ่งในสังคมเมืองที่แต่ละวันเผชิญความวุ่นวายและปัญหาสภาพสิ่งแวดล้อมหนักขึ้น ธุรกิจอย่างชีวาศรมจึงเป็นทางเลือกหนึ่ง และยังเป็นโอกาสของประเทศไทยด้วย ด้วยประเทศไทยมีสถานบริการที่มีศักยภาพและมีให้เลือกที่หลากหลาย สิ่งที่นำมาผสมผสานจนเกิดการบริการผ่านองค์ความรู้ความเข้าใจแท้จริง จึงเป็นเสน่ห์เฉพาะของไทย ชีวาศรมในแต่ละช่วงเวลา จะมีทั้งกิจกรรมและโปรแกรมให้เลือกตามความต้องการและเหมาะสม แม้อัตราเข้าใช้บริการวันนี้อยู่ที่ 60-70% แต่อัตราลูกค้าที่ใช้บริการซ้ำๆ มีมากขึ้น ตลอด 30 ปี มีนักธุรกิจต่างชาติคนหนึ่งมาใช้ซ้ำถึง 90 ครั้ง
คุณกรดกล่าวโดยสรุปว่า ชีวาศรมยังไม่มีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มเติม แต่เน้นสรรหาบริการที่ตอบโจทย์ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ ถือว่าเป็นการทำธุรกิจที่ยั่งยืนในทุกยุคสมัย
ชีวาศรม ถือเป็นหนึ่งตัวอย่างซอฟต์พาวเวอร์ของไทยด้วย ตามนโยบายรัฐบาลต้องการผลักดัน Wellness ไทยไปทั่วโลก
นวลนิตย์ บัวด้วง

