หน้าแรก เศรษฐกิจ บิ๊กอสังหาฯ ช...

บิ๊กอสังหาฯ ชี้รัฐยังมีเวลาเจรจาภาษีสหรัฐ รีบร้อนคุยไม่จบง่าย แนะรอดูความต้องการ ท่าที ‘ทรัมป์’

27.04.25 | 12:33 น.

บิ๊กอสังหาฯ ชี้รัฐยังมีเวลาเจรจาภาษีสหรัฐ รีบร้อนคุยไม่จบง่าย แนะรอดูความต้องการ ท่าที ‘ทรัมป์’

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า การที่ไทยเลื่อนการเจรจาการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าในประเทศสหรัฐ 36% ตามนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศออกมา ถือว่ายังมีเวลาสำหรับการเตรียมตัวและข้อเสนอที่จะนำไปเจรจา เนื่องจากทรัมป์ขยายเวลาให้ 90 วัน รวมถึงรอดูท่าทีประเทศอื่นๆ และความต้องการของทรัมป์ด้วย เพราะดูจากการที่ประเทศญี่ปุ่นเข้าไปเจรจา สุดท้ายก็ยังเจรจาไม่จบ สำหรับประเทศไทยหากรีบไปเจรจาตอนนี้ก็ไม่จบ เพราะไม่รู้ว่าทรัมป์ต้องการอะไรกันแน่

“ช่วง 90 วัน เป็นวิกฤตในโอกาสของคนขายของ เพราะมีการสั่งผลิตเพิ่มขึ้นก่อนที่ภาษีจะขึ้น โดยเฉพาะสินค้าจากประเทศจีน ส่วนของไทย ในช่วงนี้โหมผลิตไปก็มีแต่ขาดทุนจากเงินบาทที่แข็งค่า และยังมีโอกาสสวิงสูง มีผลต่อวัตถุดิบที่ต้องสั่งนำเข้ามาผลิต และมูลค่าการส่งออก เพราะในช่วงที่ค่าเงินผันผวนแบบนี้ คงไม่มีใครกล้าล็อกราคาไว้ ดังนั้นจึงมองว่าอยู่นิ่งๆน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด และรอผลการเจรจาที่จะสรุปออกมา”นายพรนริศกล่าว

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีเวลาในการเจรจาถึง 90 วัน จึงไม่ต้องเร่งรีบ เพราะเร่งไปก็ยังไม่จบดูจากการที่ประเทศเวียดนามและญี่ปุ่นเข้าไปเจรจากับทรัมป์แล้ว ยังไม่ได้ข้อยุติ ควรรอดูท่าที่ประเทศใหญ่ๆและทิศทางลมก่อนก็ได้ เนื่องจากไทยไม่ใช่ประเทศที่ใหญ่ แต่การที่รัฐบาลแสดงเจตจำนงว่าจะเข้าไปเจรจากับสหรัฐก็ถือว่าเป็นการดี ตอนนี้อยู่ที่ทรัมป์แล้ว ไม่ได้อยู่ที่เรา ทุกประเทศตกที่นั่งลำบากเหมือนกันหมด ไม่ใช่เฉพาะไทย

“เชื่อว่ารัฐบาลจะประคับประคองเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ แม้จะมีผลกระทบจากภาษีสหรัฐบ้าง ต้องลดการนำเข้าโซลาร์ ปรับโครงสร้างการส่งออกหาตลาดใหม่ ไปประเทศอื่นแทน รวมถึงหันมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ ให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนได้มากขึ้น ซึ่งเรื่องการปล่อยกู้มองว่าสำคัญกว่าการลดอัตราดอกเบี้ย เพราะถ้าแบงก์ไม่ปล่อยกู้ การลดดอกเบี้ยก็ไม่มีผลอะไร”นายประเสริฐกล่าว

Advertisement

นายประเสริฐกล่าวว่า สำหรับการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจำนอง 0.01% เริ่มบังคับใช้แล้วในวันที่ 22 เมษายน 2567 ไปถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 จะทำให้ลูกค้าที่ซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ซึ่งได้ชะลอโอนในไตรมาสแรกกลับมาโอน ขณะเดียวกันวันที่ 1 พฤษภาคมนี้จะเริ่มใช้มาตรการผ่อนเกณฑ์ LTV ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ผ่อนปรนให้

แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีปัจจัยลบเพิ่มเข้ามาทั้งแผ่นดินไหวและภาษีทรัมป์ จึงมองว่าทั้ง 2 มาตรการนี้ คงยังไม่พอช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯฟื้นตัวได้ แต่ถือว่ามาถูกจังหวะและประคับประคองตามไปได้บ้างในเป็นช่วงที่คนชะลอการโอน