มี.ค.อสังหาฯกทม. ปริมณฑล เปิดใหม่วูบ 30% คาดทั้งปีตลาดหดตัวเหลือ 2.6 แสนล้าน
นายโสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด(AREA)กล่าวว่า ในเดือนมีนาคม ภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีการเปิดตัวจำนวนโครงการลดลง โดยมีโครงการเปิดขายใหม่รวม 18 โครงการ น้อยกว่าเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนหน่วยขาย และมูลค่าโครงการลดลง แต่มีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ซึ่งอาคารชุดยังคงครองสัดส่วนหน่วยขายสูงสุดถึง 50.1% ของหน่วยขายทั้งหมดในเดือนนี้ และมีสัดส่วนขายได้สูงสุดด้วยเช่นกัน
นายโสภณกล่าวว่า ทั้งนี้จำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นใหม่ในเดือนมีนาคมนี้ มีทั้งหมด 3,524 หน่วย ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจำนวน 1,207 หน่วย (เดือนกุมภาพันธ์ 2568 มีจำนวน 4,731 หน่วย) หรือลดลงประมาณ 30.8%
“ในเดือนนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่มีการเปิดตัวมากกว่ารายเล็กเช่นเดิม โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 93 ของจำนวนหน่วยขายเป็นการพัฒนาโดยผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทในเครือ ซึ่งสัดส่วนหน่วยขายส่วนใหญ่มาจากการพัฒนาอาคารชุดระดับราคาปานกลางค่อนข้างถูก และการพัฒนาบ้านเดี่ยวระดับราคาค่อนข้างสูง” นายโสภณกล่าว
นายโสภณ กล่าวว่า ส่วนมูลค่ารวมของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดใหม่ในเดือนมีนาคม 2568 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 21,006 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากเดือนที่ผ่านมาจำนวน 320 ล้านบาท (เดือนกุมภาพันธ์ 2568 มีมูลค่า 21,326 ล้านบาท) หรือลดลง ประมาณ 1.5% ซึ่งในเดือนนี้ลักษณะการพัฒนาที่อยู่อาศัยจะแตกต่างกับเดือนที่ผ่านมาเล็กน้อย โดยจะพบว่า อาคารชุดที่เข้าสู่ตลาดในเดือนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นระดับราคาปานกลางค่อนข้างถูก ส่วนบ้านแนวราบจะมีระดับราคาปานกลางค่อนข้างสูงถึงระดับราคาสูง เป็นสำคัญ
“หากพิจารณาอัตราการขายได้ จะพบว่าในเดือนสามของการเปิดขายมีอัตราการขายได้เฉลี่ยที่ 18.6% ซึ่งลดลงจากเดือนที่ผ่านมาที่มีอัตราการขายได้ที่ 23.3% ต่อเดือน” นายโสภณกล่าว
นายโสภณ กล่าวว่า โดยประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่มีอัตราการขายได้สูงสุด คือ อาคารชุด ระดับราคา 2-3 ล้านบาท จำนวน 379 หน่วย ขายได้แล้ว 255 หน่วย (67%) รองลงมาคือ อาคารชุด ระดับราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 389 หน่วย ขายได้แล้ว 224 หน่วย (58%) และอันดับ 3 คือ อาคารชุด ระดับราคา 5-10 ล้านบาท จำนวน 68 หน่วย ขายได้แล้ว 25 หน่วย (37%)
สำหรับผู้ประกอบการที่เปิดตัวโครงการใหม่ในเดือนนี้ จะพบว่าเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ (มหาชน) มีจำนวน 12 บริษัท คือ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตามลำดับ นอกจากนี้ก็ยังมีบริษัททั่วไปอีกจำนวนหนึ่ง
นายโสภณ กล่าวว่า โดยโครงการที่เปิดตัวใหม่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพชั้นในจำนวน 1 โครงการ และตั้งอยู่ในส่วนต่อขยายเมืองจำนวน 5 โครงการ เช่น ย่านลาดพร้าว คู้บอน พระราม9 สุขุมวิทตอนปลาย ชัยพฤกษ์ เป็นต้น ยังมีอีก 12 โครงการที่อยู่ในพื้นที่รอบนอกเมือง ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยในย่านแหล่งงานและสถานศึกษา เช่น รังสิต ลำลูกกา บางพลี เทพารักษ์ บางนา-ตราด บางใหญ่ บางบัวทอง เป็นต้น
“ด้านมูลค่าโครงการ 3 เดือนแรกของปี 2568 มีมูลค่าโครงการรวม 50,321 ล้านบาท และจำนวนหน่วยขายรวมของ 3 เดือนแรกปี 2568 มีจำนวน 9,892 หน่วย คาดว่าในปี 2568 ทั้งปี มูลค่าโครงการอาจมีรวมกันเพียง 260,000 ล้านบาท และมีจำนวนหน่วยเพียง 55,395 หน่วย ซึ่งถือว่าลดลงกว่าปี 2567 เสียอีก แต่ทั้งนี้เป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น หากเศรษฐกิจดีขึ้นได้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็อาจเติบโตตามไปด้วย” นายโสภณกล่าว

