Go Digital ASEAN หนุนธุรกิจใช้ดิจิทัลแข่งขันเศรษฐกิจยุคใหม่
น.ส.ฮันนาห์ นาจาร์ ผู้จัดการโครงการระดับภูมิภาคของ Go Digital ASEAN เปิดเยว่า โครงการ Go Digital ASEAN เป็นโครงการที่มุ่งเน้นปิดช่องว่างทางดิจิทัลทั่วภูมิภาคอาเซียนโดยการสนับสนุนจากคณะกรรมการประสานงานอาเซียนเกี่ยวกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยโครงการ Go Digital ASEAN มุ่งเน้นการให้ความรู้ทางดิจิทัลแก่ผู้ประกอบการรายย่อยในชนบทและธุรกิจขนาดเล็กที่มักขาดโอกาสทางเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้พวกเขามีเครื่องมือดิจิทัลที่จำเป็นต่อการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่
โครงการนี้ดำเนินการโดยมูลนิธิเอเชีย ด้วยการสนับสนุนจาก Google.org ซึ่งเป็นแผนกการกุศลของ Google โดยโครงการจะนำความรู้สู่กลุ่มเป้าหมายจำนวน 200,000 คนในพื้นที่ชนบทและชุมชนรวมถึงผู้ประกอบการลูกจ้างแบบไม่เต็มเวลาหรือแบบการจ้างงานไม่เต็มที่ที่เป็นเยาวชน และผู้หญิง มีการทำงานร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นในประเทศบรูไนดารุซซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซีย สปป.ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม คาดหวังว่า ด้วยงบประมาณ 3.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐจะช่วยขยายโอกาสการมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัลไปยังกลุ่มเป้าหมายให้มีทักษะทางเทคโนโลยีดิจิทัลของศตวรรษที่21ได้แก่ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและความตระหนักด้านความปลอดภัยออนไลน์
สำหรับโครงการ Go Digital ASEAN ระยะที่ 2 ดำเนินงานในระหว่าง ปี พ.ศ.2566 ถึงเดือนธันวาคม 2567 มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ทั่วประเทศ ล่าสุดมี ผู้ประกอบการไทยกว่า 44,000 ราย ได้รับการพัฒนาทักษะทางดิจิทัลจากโครงการนี้ และกว่า 69% รายงานว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม มีการเติบโตของรายได้ในทางบวก
เรามีความมุ่งหวังว่าความรู้และทักษะด้านดิจิทัลที่เราได้ส่งเสริมจะสามารถเข้าถึงชุมชนท้องถิ่นได้อย่างกว้างขวางและต่อเนื่องความรู้เหล่านี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดในท้องถิ่นและผู้ประกอบการรายใหม่ รวมถึงบุคคลที่มีความใฝ่ฝันที่จะเริ่มต้นธุรกิจได้รับโอกาสในการเรียนรู้พัฒนา และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในธุรกิจของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
น.ส.ฮันนาห์ กล่าวด้วยว่า เราเชื่อว่าทักษะ ดิจิทัลคือพื้นฐานสำคัญในเศรษฐกิจยุคใหม่ และเราภูมิใจที่ได้เห็นผู้ประกอบการไทยนำความรู้ไปใช้ได้ อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทั้ง 4 เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการในเมืองหรือชนบท โครงการ Go Digital ASEAN ได้พิสูจน์แล้วว่าการให้ความรู้และเครื่องมือ ที่เหมาะสมสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยพัฒนาธุรกิจของตนได้
อย่างไรก็ตามในอนาคต โครงการมีแผนจะขยายการอบรมด้านทักษะดิจิทัลขั้นสูง เช่น การใช้ AI และความปลอดภัย ทางไซเบอร์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ
ด้าน น.ส.มาริยา ราลิช หัวหน้า Google.org APAC กล่าวว่า Google.org APAC รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการ Go Digital ASEAN ที่มีคุณค่าและความสำคัญอย่างยิ่งยวดของมูลนิธิเอเชียและองค์กรเครือข่าย พร้อมกับได้เห็นผลกระทบเชิงบวกจากการมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงทักษะทางดิจิทัลสำหรับ MSMEs ทั่วภูมิภาค ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถปรับตัวและได้เติบโตในโลกเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โครงการ Go Digital ASEAN ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบสนองความต้องการของ MSMEs ในแต่ละขั้นตอนของการเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการฝึกอบรมใน 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่
1. Go Digital: มอบทักษะพื้นฐานทางดิจิทัลแก่เจ้าของธุรกิจที่ขาดโอกาส โดยดำเนินกิจกรรมในประเทศลาว อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม ช่วยให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนผ่านธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์ได้
2. Grow Digital: จัดการฝึกอบรมขั้นสูงทางดิจิทัล เช่น อีคอมเมิร์ซ การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ โดยดำเนินกิจกรรมในประเทศบรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจ
3. Explore Digital: สร้างเครือข่ายการเชื่อมโยงธุรกิจในอาเซียนผ่านซีรีส์สัมมนาออนไลน์ระดับภูมิภาค ส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมและสร้างความร่วมมือข้ามพรมแดน
“จากการทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นและองค์กรเครือข่ายด้านการฝึกอบรมในชุมชน ทำให้โครงการนี้สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ MSMEs จากหลากหลายภาคส่วนและอุตสาหกรรม ซึ่งไม่เพียงช่วยพัฒนาธุรกิจ แต่ยังสนับสนุนเศรษฐกิจในชุมชนและท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ”นางสาวมาริยากล่าว
นางหนูกร สุนทรเพราะ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนขายขนมจีนโดยใช้รถสามล้อเร่ขายไปตามหมู่บ้าน ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อ เตรียมขนมจีน และขายหมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง รายได้ประมาณ 7,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น แต่หลังจากเข้าร่วมโครงการ เธอได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ มากมาย อาทิ การปรับปรุงบรรจุภัณฑ์โพสต์ขายผ่าน Facebook และ Line ซึ่งทำให้มีลูกค้าใหม่จากนอกชุมชนมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 บาทต่อเดือน และในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์ หรือวันสำคัญทางศาสนา เธอสามารถรับออเดอร์กลุ่มใหญ่ได้ครั้งละ 100 กิโลกรัม
นางพรรณี ระหาร กล่าวว่า ตนเป็นเกษตรกผู้ปลูกมะพร้าวเดิมทีขายมะพร้าววันละ 100-200 ลูก ในราคาลูกละ 15-17 บาท ที่ตลาดนัด ใกล้บ้าน แต่หลังจากเรียนรู้การใช้เครื่องมือ ดิจิทัลในโครงการ เธอตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิธีการขายครั้งใหญ่ โดยการเริ่มต้นด้วยการสร้าง Google Business Profile และปักหมุดสวนมะพร้าวของเธอบน Google Maps เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาและติดต่อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังเรียนรู้การทำการตลาดผ่าน Facebook ซึ่งปัจจุบันมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 ลูกต่อวัน
นางสาวิตรี ศรีจินดา กล่าวว่า เดิมเป็นพนักงานประจำ ได้เงินเดือนประมาณ 15,000 บาท หลังจากได้เข้าการอบรม Go Digital จึงตัดสินใจเข้าร่วมและเริ่ม ทดลองขายดอกกุหลาบผ่าน Facebook ได้มีการเรียนรู้วิธีจัดการออเดอร์ขนาดใหญ่ การคำนวณต้นทุน และการจัดส่ง ที่ถูกต้อง มีการเรียนรู้เรื่องการชำระเงินดิจิทัล และความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจออนไลน์ ปัจจุบันเธอสามารถลาออกจากงานเดิมและเปิดร้านขายน้ำและขนมในบ้านเกิดได้อย่างมั่นคง
นางอุทัย บัวเทพ กล่าวว่า เดิมเป็นอดีตผู้นำชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุข ได้พลิกฟื้นร้านขายของชำของเธอหลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ด้วยความรู้จากโครงการ Grow Digital โดยเรียนรู้การใช้เครื่องมือดิจิทัลต่างๆ นอกจากนี้ยังได้แนวคิดการทำธุรกิจสีเขียวจากโครงการ จึงเริ่มปลูกดอกดาวเรืองและดอกบัวแบบออร์แกนิก ส่งผลให้ยอดขายของร้านเพิ่มขึ้นจาก 7,000 บาทเป็น 9,000 บาทต่อเดือน และยังมีรายได้เสริมจากดอกไม้ที่ปลูกอีกด้วย

