หน้าแรก เศรษฐกิจ ทอท. เปิดที่ด...

ทอท. เปิดที่ดินทำเลทอง 6 สนามบิน ดึงเอกชนลงทุน 2.8 หมื่นล้าน ปั้นฮับเศรษฐกิจใหม่

29.04.25 | 17:41 น.

ทอท. เปิดที่ดินทำเลทอง 6 สนามบิน ดึงเอกชนลงทุน 2.8 หมื่นล้าน ปั้นฮับเศรษฐกิจใหม่

วันที่ 29 เมษายน น.ส.ปวีณา จริยฐิติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง รักษาการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า AOT มีแผนลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถสนามบิน 6 แห่งที่อยู่ในความรับผิดชอบให้รองรับผู้โดยสารได้ 244.6 ล้านคนต่อปีภายในปี 2575 ประกอบด้วย 1.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้รองรับได้ 150 ล้านคนต่อปี จะขยายอาคารผู้โดยสารฝั่งตะวันออก พื้นที่ 81,000 ตร.ม. รองรับได้ 15 ล้านคน วงเงิน 13,520 ล้านบาท เตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อก่อสร้าง รวมถึงก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านใต้ มี 150 หลุมจอด รันเวย์เส้นที่ 4 รองรับ 26 ไฟล์ต ผู้โดยสาร 70 ล้านคน ลงทุน 170,000 ล้านบาท

2.ท่าอากาศยานดอนเมือง สร้างอาคารผู้โดยสารเฟส 3 รองรับผู้โดยสารได้ 40 ล้านคนต่อปี วงเงินกว่า 3 หมื่นล้านบาท 3. ท่าอากาศยานภูเก็ต ขยายอาคารผู้โดยสารเพิ่ม รองรับผู้โดยสารได้ 18 ล้านคนต่อปี วงเงิน 6,211 ล้านบาท 4.ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ขยายอาคารผู้โดยสารรองรับได้ 20 ล้านคนต่อปี ลงทุน 24,000 ล้านบาท 5.ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ขยายอาคารผู้โดยสาร รองรับผู้โดยสารได้ 6 ล้านคนต่อปี ลงทุน 5,870 ล้านบาท และ6.ท่าอากาศยานหาดใหญ่ มีแผนพัฒนาท่าอากาศยานใหม่ให้รองรับผู้โดยสารได้ 10.5 ล้านคนต่อปี ลงทุน 4,487 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาท่าอากาศยานแห่งใหม่เพิ่ม 2 แห่งบริเวณอันดามัน รองรับการขยายตัวของสนามบินภูเก็ตและย่านล้านนารองรับการขยายตัวของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความคุ้มค่า ซึ่งทั้ง 2 แห่งอยู่ห่างจากสนามบินเดิมประมาณ 20 กม.

Advertisement

น.ส.ปวีณากล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างรายได้จากพื้นที่เชิงพาณิชย์เพิ่ม จะเปิดให้นักลงทุนที่สนใจ เช่น อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม รีเทล เป็นต้น พัฒนาที่ดินรอบท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ทั้งเป็นที่ราชพัสดุและที่ดินกรรมสิทธิ์ของ AOT รวมทั้งสิ้น 46 แปลง คิดเป็นพื้นที่รวมกว่า 2,512 ไร่ มูลค่าการพัฒนาโครงการกว่า 28,800 ล้านบาท เปิดให้พัฒนาในรูปแบบสัญญาเช่าระยะสั้น 3-5 ปี ถึงระยะยาว 30 ปี เพื่อรองรับการลงทุนหลากหลายรูปแบบ อาทิ ศูนย์โลจิสติกส์ คลังสินค้า โรงแรม ศูนย์ประชุม ศูนย์การค้า โรงพยาบาล สนามกีฬา รวมถึงโครงการที่อยู่อาศัยและเมืองอัจฉริยะสมัยใหม่

ทั้งนี้ด้วยศักยภาพของทำเลอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ ติดถนนสายหลัก ใกล้สนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จึงพร้อมพัฒนาเป็นศูนย์กลางธุรกิจใหม่และกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ผลักดันประเทศไทยสู่เป็นศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาคเอเชีย รวมถึงสร้างศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่

“คาดว่าตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปจะเริ่มเห็นการพัฒนาโครงการ ซึ่งรูปแบบการพัฒนาขึ้นอยู่กับภาคเอกชนที่สนใจ ไม่ว่าภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมหรือรีเทล โดยการเดินหน้ามีทั้งให้เช่าและในบางกิจกรรมอาจจะเป็นการลงทุนรูปแบบPPP เช่น คลังสินค้า ครัวการบิน ระบบให้บริการเชื้อเพลิงท่าอากาศยาน เป็นต้น ”น.ส.ปวีณากล่าว

 

น.ส.ปวีณากล่าว สำหรับพื้นที่ทั้ง 6 สนามบิน ในส่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมี 2 ส่วน ได้แก่ เนื้อที่ 548 ไร่ จำนวน 4 แปลง เป็นที่ดินภายในสนามบิน ใกล้ศูนย์ขนส่งสาธารณะ ติดถนนสุวรรณภูมิ 4 และถนนสุวรรณภูมิ 2 เชื่อมต่อกับถนนลาดกระบัง และถนนบางนา-ตราด เหมาะสำหรับพัฒนาเมดิคัลฮับและเวลเนสเซ็นเตอร์, โรงแรม 3-5 ดาว ,เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์,ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ,โรงพยาบาล ,ศูนย์นิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ ศูนย์แสดงสินค้า ศูนยกระจายสินค้า เป็นต้น และที่ดินแปลงศูนย์บริการและสนับสนุนกิจการท่าอากาศยาน เนื้อที่ 462 ไร่ จำนวน 7 แปลง ย่านวัดศรีวารีน้อย เหมาะพัฒนาด้านบริการโลจิสติกส์ ศูนย์จัดการสินค้าเกษตร โรงแรมและอาคารพักอาศัย

ท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นพื้นที่อาคาร Junction Building ขนาด 12,000 ตร.ม. พื้นที่จอดรถ 3 ชั้น รองรับการใช้งานกว่า 1,000 ช่องจอด และมีโครงการพัฒนาต่อเนื่องเป็นโรงแรม และอาคารจอดรถ

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ มี 3 แปลง รวม 19 ไร่ ติดถนนเชียงใหม่-หางดง เดินเหมาะสำหรับโรงแรม ที่พักอาศัย ออฟฟิศ คอมเมอร์เชียล เป็นต้น

ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เป็นที่ดินแปลงใหญ่ 762 ไร่ บนที่ตั้งของสนามบิน ติดถนนเชื่อมต่อเมืองและสนามบิน เหมาะสำหรับโรงแรม ที่พักอาศัย ออฟฟิศ คอมเมอร์เชียล พรีเมียมเอาต์เลต การบริการด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น

ท่าอากาศยานภูเก็ต 7 แปลง รวม 192 ไร่ ใกล้ถนนเทพกษัตรี-ในยาง รองรับกิจกรรมหลากหลายในการพัฒนา อาทิ โรงแรม ที่อยู่อาศัย ศูนย์ประชุม เมดิคัลฮับและเวลเนส

ท่าอากาศยานหาดใหญ่ 4 แปลงใหญ่ 15 แปลงย่อย รวม 502 ไร่ ที่ดินให้เลือกพัฒนาที่ตั้งภายในและภายนอกสนามบิน ติดถนนหลักเชื่อมต่อเมืองและสนามบิน เหมาะสำหรับ อาทิ โรงแรม ที่อยู่อาศัย คอมเมอร์เชียล บริการด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น

นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด AOT กล่าวว่า การเปิดลงทุนพัฒนาที่ดินของสนามบินทั้ง 6 แห่ง จะเพิ่มรายได้นอกจากธุรกิจการบินให้กับAOT มากขึ้นจากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 0.53% และคาดว่าจะได้รับความสนใจ เนื่องจากมีการกำหนดอัตราค่าเช่าที่ดินค่อนข้างถูกเริ่มต้นตั้งแต่ 4 บาท/ตร.ว./เดือน ถึง 240 บาท/ตร.ว./เดือน ขณะที่แต่ละสนามบินมีกำลังซื้อสูง คนทำงานและการอยู่อาศัยโดยรอบหนาแน่น เช่น สนามบินสุวรรภูมิ มีคนทำงานภายในสนามบิน 67,644 คน และโดยรอบ 614,551 คน

น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการโครงการ TDRI Economic Intelligence Service สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดีที่AOT นำที่ดินเปล่ามาพัฒนาหารายได้ แม้ช่วงนี้มีผลกระทบจากสงครามการค้า แต่เชื่อว่าจะเป็นโอกาสให้กับบางธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ดิจิทัล โลจิสติกส์ เวลเนส เอ็นเตอร์เทรนเมนต์คอมเพล็กซ์ รวมถึงธุรกิจมูลค่าสูงที่ต้องการขนส่งทางอากาศ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนรถยนต์อีวีและไฮบริด ไบโอเทคโนโลยี ธุรกิจไมซ์ รวมถึงเป็นโอกาสที่ดึงการลงทุนจากประเทศต่างๆ เข้ามาในไทย เช่น จีน ไต้หวัน ยุโรป อเมริกา เป็นต้น

“บทบาทของทรัพย์สินรอบสนามบินที่มีศักยภาพต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคและการกระจายศูนย์กลางการลงทุน โอกาสสำหรับภาคการท่องเที่ยวและบริการที่ยังคงเป็นความหวังสำคัญของเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีแนวโน้มจะเปลี่ยนรูปแบบจากการท่องเที่ยวเชิงปริมาณ ไปสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่เน้นมูลค่าเพิ่มและความยั่งยืน”น.ส.กิริฎากล่าว

นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการอิสระAOT และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาที่ดินให้เช่าระยะยาว สิ่งที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องพิจารณาจะมี 3 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ 1.ทำเล ซึ่งที่ดินของสนามบิน 6 แห่งเป็นทำเลทองอยู่ในเมือง สามารถพัฒนาได้หลากหลาย เช่น ที่อยู่อาศัย โลจิสติกส์ โรงแรม โรงพยาบาล 2.ราคาค่าเช่าที่AOT กำหนดถือว่าถูกมาก การพัฒนาหากค่าเช่าถูกควรเป็นสินค้าที่ราคาถูก แต่ถ้าค่าเช่าแพงต้องเป็นสินค้าราคาแพงถึงจะคุ้มค่าต่อการลงทุน 3.การวางแผนธุรกิจ ให้ตอบโจทย์ตลาดและกำลังซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่าที่ดินทั้ง 6 สนามบินนี้เป็นโอกาสที่นักลงทุนไม่ควรพลาด