หน้าแรก เศรษฐกิจ ส่งออกข้าวเม....

ส่งออกข้าวเม.ย.คาดเหลือ 7 แสนตัน พ่อค้าชี้ 4 ปัจจัยป่วนตลาด เชียร์หั่นดอกเบี้ยสกัดเงินแข็ง

29.04.25 | 20:04 น.

ส่งออกข้าวเม.ย.คาดเหลือ 7 แสนตัน พ่อค้าชี้ 4 ปัจจัยป่วนตลาด เชียร์หั่นดอกเบี้ยสกัดเงินแข็ง

เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า เบื้องต้นเดือนเมษายน คาดไทยส่งออกข้าวได้ประมาณ 7 แสนตัน ทำให้รวม 4 เดือนแรก 2568 ไทยจะมียอดส่งออกข้าวประมาณ 2.8-2.9 ล้านตัน ซึ่งลดลงจากปีก่อน ที่ 4 เดือนแรก 2567 ไทยส่งออกเกิน 3 ล้านตัน สาเหตุส่งผลต่อส่งออกข้าวเดือนเมษายนนี้ลดลง เนื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ

1. เดือนเมษายนของประเทศไทย มีการวันหยุดยาวหลายวันต่อเนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันทำงายจึงน้อยกว่าเดือนอื่น

2.ความต้องการซื้อข้าวขาวไทยลดลงมาก โดยเฉพาะตลาดหลักอย่างอินโดนีเซีย ไม่มีการนำเข้าข้าวเลย ส่วนฟิลิปปินส์ซื้อข้าวขาวจากเวียดนามซึ่งได้นำเข้าแล้วถึง 1 ล้านตัน ส่วนประเทศนำเข้าข้าวขาวอื่นๆเริ่มสั่งซื้อน้อยมาก

3. สำหรับข้าวหอมมะลิ ตลาดหลักในสหรัฐอเมริกา แม้ผู้นำเข้าแสดงความสนใจจะนำเข้าเพิ่ม แต่ผู้ส่งออกยังวิตกเรื่องการชำระค่าข้าว เนื่องจากการขายข้าวกับสหรัฐมีเครดิตเทอม(ระยะเวลาจ่ายชำระค่าสินค้า) 40-60 วันนับจากวันที่ผู้นำเข้ารับข้าวแล้ว ดังนั้นในช่วงยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการปรับภาษีนำเข้าสินค้าไทยของสหรัฐ หลังจากที่เลื่อนการปรับขึ้นภาษีนำเข้าตอบโต้อัตรา 36%ไป 90วันและอยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งตอนนี้ข้าวไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าแล้ว 10% ต่างก็กังวลหากมีการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจนกระทบต่อต้นทุนและราคาข้าวในสหรัฐ อาจทำให้เกิดปัญหาชะลอจ่ายชำระค่าสินค้าหรืออาจถูกเบี้ยวได้ จึงทำให้ส่งออกข้าวหอมมะลิไปสหรัฐทำแบบระมัดระวัง จึงมีผลต่อยอดส่งออกข้าวหมอมะลิไม่ได้มากนัก ขณะที่ตลาดเด่นส่งออกในช่วงนี้ คือ ประเทศแภบแอฟฟิกา ที่มีการซื้อข้าวนึ่งต่อเนื่อง คาดว่าปีนี้จะมียอดถึง 9 แสนตัน จากปีก่อน 8 แสนตัน

“ส่งออกข้าวเดือนเมษายนลดลงนั้น ไม่ได้ผิดคาด ส่วนเดือนพฤษภาคมนี้ น่าจะชัดเจนถึงทิศทางนำเข้าและส่งออกสินค้าไทย ไปสหรัฐว่าจะมีต้นทุนและราคาเป็นอย่างไร หากไทยเจอภาษีตอบโต้ 36% และเจรจาไม่ทันในกรอบ 90 วัน ข้าวไทยไปสหรัฐต้นทุนราคาเพิ่มทันที 300 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่งออกคงเหนื่อย”  นายชูเกียรติ กล่าว

Advertisement

นายชูเกียรติ กล่าวต่อว่า อีกปัจจัยที่มีผลกระทบพอๆกัน คือ ปัญหาค่าเงินบาทค่อนข้างผันผวนมาก ทำให้การเจรจาราคาขายข้าวทำได้ยาก แม้จะประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ก็เป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ ด้วยในแต่ละสัปดาห์ค่าเงินบาทขึ้นลงหลายรอบมาก หากลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็เป็นเรื่องดี จะช่วยให้เงินบาทอ่อนค่าลงบ้าง ผู้ส่งออกพูดมาตลอดถึงการดูแลค่าเงินไม่ให้ผันผวน แม้ประเทศอื่นไม่ได้ทำอะไรและถูกปรับภาษีนำเข้า แต่ค่าเงินเขานิ่ง ก็ได้เปรียบในระดับหนึ่งแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การส่งออกข้าวเดือนเมษายน 2567 มีปริมาณ 933,559 ตัน มูลค่า 21,787 ล้านบาท โดยปริมาณเพิ่มขึ้น 30.3% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 25.7% การส่งออกเพิ่มทั้งข้าวขาว ข้าวนึ่ง ข้าวเหนียว รวมทั้งปลายข้าวขาว โดยข้าวขาวปริมาณส่งออกถึง 565,735 ตัน เพิ่ม 18% ตลาดสำคัญ เช่น อินโดนีเซีย อิรัก มาเลเซีย โมซัมบิก ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ขณะที่การส่งออกข้าวนึ่งมีปริมาณ 169,697 ตัน เพิ่มถึง 311%ไปยังตลาดหลัก เช่น แอฟริกาใต้ เยเมน แอลจีเรีย เป็นต้น ข้าวหอมมะลิ มีปริมาณ 101,718 ตัน ลดลง 7.1% ตลาดหลัก เช่น สหรัฐ ฮ่องกง แคนาดา สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร จีน ฝรั่งเศส เป็นต้น โดยส่งออกข้าวช่วง 4 เดือนแรก 2567 มีปริมาณ 3,398,145 ตัน มูลค่า 78,517 ล้านบาท (2,219.3 ล้านเหรียญสหรัฐ) โดยปริมาณเพิ่ม 29.1%มูลค่าเพิ่ม 60.7%