หน้าแรก เศรษฐกิจ หอค้าไทย ชี้ร...

หอค้าไทย ชี้รายงานมูดี้ส์ สัญญาณตลาดโลก หวั่นเสถียรภาพศก.ไทย เตือนรบ.รับมือจริงจัง

30.04.25 | 14:51 น.

หอค้าไทยชี้สัญญาณตลาดโลกเริ่มกังวลต่อเสถียรภาพทางศก.-การคลังไทย เตือนรัฐบาลต้องรับมือจริงจัง

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทย ขอแสดงความห่วงกังวลต่อกรณีที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody’s Investors Service ได้ประกาศปรับลดแนวโน้ม (Outlook) อันดับเครดิตของประเทศไทยจากระดับ Stable เป็น Negative ซึ่งแม้จะยังไม่ได้เป็นการปรับลดอันดับเครดิตโดยตรง แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าตลาดโลกเริ่มมีข้อกังวลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการคลังของไทยในระยะข้างหน้า

“หอการค้าไทยเห็นว่าการปรับลดแนวโน้มดังกล่าวย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระดับสากล โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศไทยอยู่ระหว่างการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และกำลังเร่งดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ การถูกตั้งข้อสังเกตจากสถาบันจัดอันดับชั้นนำอาจกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน รวมถึงต้นทุนการกู้ยืมของประเทศในอนาคต ” นายพจน์ กล่าว

นายพจน์ กล่าวอีกว่า Moody’s ระบุเหตุผลหลักมาจากความไม่ชัดเจนด้านวินัยการคลัง แผนการบริหารหนี้สาธารณะ และศักยภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของภาคเอกชนที่เห็นว่ารัฐบาลจำเป็นต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้วยการแสดงให้เห็นถึงแผนการบริหารจัดการด้านการคลังที่เป็นรูปธรรม โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจัยภายนอกยังเพิ่มความเปราะบางให้กับระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ ท่าทีของสหรัฐอเมริกาในการพิจารณาขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้า ซึ่งไทยในฐานะประเทศผู้ส่งออกย่อมได้รับผลกระทบ หากนโยบายเหล่านั้นถูกนำมาใช้จริงในยุคของประธานาธิบดีทรัมป์ การเตรียมพร้อมและการกระจายความเสี่ยงจากตลาดดั้งเดิมจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน

นายพจน์ กล่าวว่า แม้สถานการณ์ในบางด้าน จะมีความเปราะบาง แต่หอการค้าไทยยังเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแรงหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาคการบริโภคภายในประเทศ การลงทุนจากภาคเอกชนที่เริ่มฟื้นตัว และอุตสาหกรรมศักยภาพใหม่ ๆ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า ดิจิทัล และเกษตรแปรรูป อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะเดินหน้าได้อย่างมั่นคงก็ต่อเมื่อมีความเชื่อมั่นจากต่างประเทศรองรับอยู่ ในด้านการค้าโลก หอการค้าเห็นว่าหากโลกเข้าสู่ยุคของมาตรการกีดกันทางการค้ารอบใหม่ ภายใต้ทฤษฎีกาลักน้ำ ประเทศไทยต้องเร่งขยายตลาดส่งออกใหม่ ในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพสูง เช่น อินเดีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง เพื่อชดเชยตลาดหลักที่เริ่มมีความผันผวน

Advertisement

“ในภาพรวม หอการค้าไทยขอเน้นย้ำว่า การปรับลดแนวโน้มเครดิตไทยครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงประเด็นทางเทคนิคหรือการเงินระหว่างประเทศเท่านั้น แต่คือคำเตือนทางนโยบาย ที่สะท้อนว่าประเทศไทยจะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นใจ หากขาดการบริหารจัดการที่รอบคอบ โปร่งใส และมีเป้าหมายชัดเจน ซึ่งข้อเสนอแนะของหอการค้าไทย คือ การเร่งปรับตัวของภาคธุรกิจไทยให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพแรงงาน การส่งเสริมนวัตกรรม และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน” นยพจน์ กล่าว

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวในประเด็นเดียวกันว่า ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เนื่องมาจากสงครามการค้า ทรัมป์ 2.0 อีกทั้ง ยังมีความเสี่ยงเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจไทยที่มีการขยายตัวต่ำและฟื้นตัวช้า ตอนนี้ทุกคนมองว่าเศรษฐกิจไทย น่าจะต่ำกว่า 2% และอาจมีความเสี่ยงโตต่ำลงอีก หากไทยโดนเก็บภาษีจากสหรัฐสูง จะเป็นกลไกที่ทำให้เศรษฐกิจทั้งโลกมีความเสี่ยงและไทยเจอความเสี่ยงนั้นด้วย จากเดิม Moody เขามองว่าตัวเครดิตเรตติ้งของไทย อยู่ที่เกตที่น่าลงทุน มันเป็นเกตที่นิ่งอยู่กับที่ ไม่มีแนวโน้มในการปรับเปลี่ยน ตอนนี้ปัจจุบันเรามีความเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจที่เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวต่ำ จึงประกาศปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยลงสู่ เชิงลบ

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่เป็นเศรษฐกิจเปิด มีมูลค่าการค้าขายระหว่างประเทศทั้งสินค้าบริการประมาณ 125% ของ GDP ดังนั้นไทยจึงหลีกเลี่ยงผลกระทบไม่ได้ ทาง Moody มองไทยมีความเสี่ยง และมีความเสี่ยงที่จะตกชั้น อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าเราจะตกชั้น และไม่น่าลงทุน เพราะไทยมีความเข้มแข็งทางการคลังก็คือมีหนี้สาธารณะต่ำ เศรษฐกิจไทย ยังมีสัญญาณโตบวก และยังมีโอกาสที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการต่างๆ ได้ และคิดว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่กระทบการลงทุน

“เรื่องเกิดขึ้นคือทุกคนมองเราด้วยความสบายใจน้อยลง ฉะนั้นมันอาจมีผลกระทบบ้างต่อการที่จะระดมทุนออกตราสารระหว่างประเทศ อาทิ การออกพันธบัตรรัฐบาลในต่างประเทศ อาจมีดอกเบี้ยสูงขึ้น แม้ไทยอยู่ในอินเวสเมนต์เกตก็จริง แต่มีโอกาสหลุดชั้น แต่ไม่เป็นปัญหาหรืออุปสรรค ไทยยังเป็นประเทศที่น่าลงทุน ก็เป็นข้อที่ทำให้รัฐบาลไทยต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีมาตรการเสริมสิทธิทางเศรษฐกิจไทย” นายธนวรรธน์ กล่าว