หน้าแรก เศรษฐกิจ เอฟเฟ็กต์แผ่น...

เอฟเฟ็กต์แผ่นดินไหว ชะลอโอนคอนโด 2-6 เดือน ส.บ้านจัดสรร จ่อถก บสย. ค้ำประกันสินเชื่อผู้ซื้อบ้านรายย่อย

30.04.25 | 23:32 น.

เอฟเฟ็กต์แผ่นดินไหว ชะลอโอนคอนโด 2-6 เดือน ส.บ้านจัดสรร จ่อถก บสย. ค้ำประกันสินเชื่อผู้ซื้อบ้านรายย่อย

วันที่ 30 เมษายน นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 ยังไม่ดีขึ้น สะท้อนจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 2 เดือนแรก(ม.ค.-ก.พ.) ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่ายอดโอนลดลงทุกระดับราคา มีจำนวน 38,842 หน่วย ลดลง 13% และมูลค่า 103,557 ล้านบาท ลดลง 14.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 พร้อมทั้งปรับมุมมองตลาดเป็นสถานการณ์ไม่ดีหรือWorst Case โดยคาดการณ์ทั้งปีหน่วยโอนติดลบ 3.5% และมูลค่าโอนติดลบ 3.7% ด้านการเปิดตัวโครงการใหม่ในไตรมาสแรกก็ลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลมีหน่วยเปิดขายใหม่อยู่ที่ 13,867 หน่วย ลดลง 15.6% และมูลค่า 83,905 ล้านบาท ลดลง 30% อย่างไรก็ตามแม้จะมีมาตรการรัฐที่ออกมากระตุ้นถึง 2 มาตรการ คือ ลดค่าโอนและจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาท มีผลเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา และมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV จากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) มีผลวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 แต่ยังไม่สามารถทำให้ตลาดฟื้นตัวได้ เนื่องจากยังติดเรื่องการขออนุมัติสินเชื่อจากธนาคารที่ยังไม่ปล่อยกู้ได้ง่าย ส่งผลต่อยอดถูกปฎิเสธสินเชื่อหรือรีเจกต์เรตยังสูง 45% ซึ่งเรื่องกู้ไม่ผ่านเป็นปัญหาใหญ่ของตลาดอสังหาฯในขณะนี้

“หลังมีเหตุการณ์แผ่นดินไหว และความไม่เชื่อมั่นต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ทำให้ลูกค้ามีการชะลอโอนอยู่มากพอสมควร แม้จะลดค่าโอนและจำนองให้แล้วก็ตาม โดยเฉพาะคอนโดฯพบว่าลูกค้าขอชะลอโอนออกไปประมาณ 2-6 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดโครงการ ซึ่งผู้ประกอบการก็ต้องยืดเวลาให้ และมีเวลาเก็บรายละเอียดความเสียหายจากแผ่นดินไหวด้วย”นายสุนทรกล่าว

นายสุนทรกล่าวว่า ทั้งนี้จากการประชุมผู้ประกอบการในสมาคมฯ ได้มีการรวบรวมข้อมูลเพื่อเป็นข้อเสนอต่อภาครัฐในการแก้ปัญหากำลังซื้อและกู้แบงก์ไม่ผ่าน โดยมี 3 เรื่องหลัก ประกอบด้วย 1.ลดค่าโอนและจำนอง 0.01% ทุกระดับราคา โดยรัฐสูญรายได้ส่วนนี้ประมาณ 18,000 ล้านบาท 2.ฟรีดอกเบี้ย 0% สำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาท เป็นเวลา 1 ปี วงเงิน 10,000 ล้านบาท และ3.จะหารือกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) เพื่อให้ช่วยค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายย่อย อัตราดอกเบี้ย 4.5%ต่อปี ใน 3 ปีแรก คาดใช้วงเงิน 20,000 ล้านบาท และถ้าลูกค้าไปต่อไม่ไหวผู้ประกอบการพร้อมที่จะสนับสนุน โดยแนวทางที่ 3 มีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งสมาคมฯมีแผนจะหารือกับบสย.ภายในต้นเดือนพฤษภาคมนี้

“จากกรณีธนาคารโลกหรือWorld Bank ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปี 2568 เหลือโต 1.6% ชะลอลงจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ได้ประเมินว่าจะเติบโตได้ 2.9% ผลจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างประเทศและความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้น กระทบต่อการส่งออก การลงทุน ได้สร้างความกังวลใจต่อภาคเอกชนอย่างมาก เพราะเรื่องความเชื่อมั่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อย่างอสังหาฯในไตรมาสแรกดูเหมือนจะดี พอมีแผ่นดิน และภาษีของทรัมป์ ทำให้สถานการณ์ตลาดหดตัว แต่ถือเป็นการดีที่คณะกรรมการนโนบายการเงินหรือกนง.มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 2.00% เป็น 1.75% ต่อปี เพราะการลดดอกเบี้ยมีผลอย่างมากต่อการฟื้นเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น ลดภาระของผู้ลงทุนและผู้ซื้อบ้าน รวมถึงทำให้มีความามารถในการผ่อนได้มากขึ้น มีผลทำให้ยอดรีเจกต์เรตจะปรับตัวลดลงตามไปด้วยได้”นายสุนทรกล่าว

Advertisement