หน้าแรก เศรษฐกิจ สหรัฐขยายเวลา...

สหรัฐขยายเวลา 30 เดือน ใช้กฎระเบียบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าอาหารฉบับใหม่

2.05.25 | 10:07 น.

สหรัฐขยายเวลา 30 เดือน ใช้กฎระเบียบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าอาหารฉบับใหม่

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า วันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration: FDA) ได้ประกาศขยายระยะเวลาในการปฏิบัติตามกฎระเบียบการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าอาหารฉบับใหม่ (Requirements for Additional Traceability Records for Certain Foods ) ออกไปอีก 30 เดือน จากเดิมมีกำหนดบังคับใช้ในวันที่ 20 มกราคม 2569 ซึ่งกฎระเบียบดังกล่าวครอบคลุมบัญชีรายชื่อสินค้าอาหารที่กำหนดให้มีการตรวจสอบย้อนกลับ (The Food Traceability List: FTL) ดังนี้

บัญชีรายชื่ออาหารที่มีการตรวจสอบย้อนกลับ (FTL)

  • ชีส (ทำจากนมพาสเจอร์ไรส์) สดนิ่มหรือนิ่มไม่สุก มะเขือเทศ (สด)
  • ชีส (ทำจากนมพาสเจอร์ไรส์) สดนิ่มหรือกึ่งนิ่ม ผลไม้เมืองร้อน (สด)
  • ชีส (ทำจากนมพาสเจอร์ไรส์) อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ชีสแข็ง ผลไม้ (ตัดสด)
  • ไข่จากไก่เลี้ยง ผักอื่นที่ไม่ใช่ผักใบเขียว (ตัดสด)
  • เนยถั่ว ปลาครีบ ชนิดที่ผลิตฮีสตามีน (สด แช่แข็ง และแช่แข็งมาก่อน)เช่น ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล และปลาหางเหลือง เป็นต้น
  • แตงกวา (สด) ปลาครีบ สายพันธุ์ที่อาจปนเปื้อนซิกิวทอกซิน (สด แช่แข็งและแช่แข็งมาก่อน) เช่น ปลาเก๋า ปลาน้ำดอกไม้ และปลากะพง เป็นต้น
  • สมุนไพร (สด) ปลาครีบ สายพันธุ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับฮีสตามีนและซิเกวทอกซิน (สด แช่แข็ง และแช่แข็งมาก่อน) ปลาค็อต ปลาแซลมอน และปลานิล เป็นต้น
  • ผักใบเขียว (สด) ปลาครีบรมควัน (แช่เย็น แช่แข็ง และแช่แข็งมาก่อน)
  • แตงโม (สด) สัตว์จำพวกกุ้ง (สด แช่แข็ง และแช่แข็งมาก่อน) เช่น กุ้ง ปู กุ้งมังกร และกุ้งแม่น้ำ เป็นต้น
  • พริกขี้หนูสด หอยแครง หอยสองฝา (สด แช่แข็ง และแช่แข็งมาก่อน)
  • ถั่วงอก (สด) สลัดพร้อมรับประทานแบบแช่เย็น

นางอารดา กล่าวว่า กฎระเบียบข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัติปรับปรุงความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety Modernization Act: FSMA) ที่มีบังคับใช้ตั้งแต่ในวันที่ 20 มกราคม 2566 โดยผู้ที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประกอบด้วย ผู้ประกอบการผลิต แปรรูป บรรจุ หรือเก็บรักษาสินค้าอาหาร ร้านค้าปลีก และร้านอาหาร ที่ครอบครองสินค้าอาหารที่อยู่ในบัญชี FTL ในสหรัฐฯ และต่างประเทศที่ผลิตอาหารสำหรับบริโภคในสหรัฐฯ ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานอาหาร ยกเว้นสถานประกอบการขนาดเล็กบางประเภท เรือประมง และสัตว์น้ำที่มีเปลือกบางชนิด ร้านค้าปลีก และร้านอาหารที่มีขนาดและยอดจำหน่ายตามที่กำหนดในกฎระเบียบ โดยผู้ประกอบการที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบข้างต้นจะต้องจัดทำรหัสรุ่นสินค้าเพื่อตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability Lot Code: LTC) แผนการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability Plan) บันทึกขั้นตอนสำคัญเพื่อติดตาม (Critical Tracking Events: CTE) และเก็บรักษาบันทึกข้อมูลหรือจัดส่งให้ FDA ตามที่กฎระเบียบกำหนด พร้อมทั้งเก็บรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ วารสารวิชาการ (Peer review) และข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) เพื่อจัดลำดับความเสี่ยงของอาหาร (Risk – Ranking of Foods) ที่จะเกิดอันตราย เช่น ความถี่ของการเกิดการแพร่ระบาด ลักษณะและความรุนแรงของโรค ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปนเปื้อน หรือแนวโน้มที่จุลินทรีย์จะเติบโต เป็นต้น

“การออกกฎระเบียบการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าอาหารของสหรัฐฯ มีเป้าหมายเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนให้ปลอดภัยจากการบริโภคอาหารและเพื่อให้ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอาหารที่จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคให้สามารถนำออกจากท้องตลาดได้อย่างทันท่วงที ” นางอารดา กล่าว

Advertisement

นางอารดา กล่าวว่า จากสถิติปี 2567 พบว่า ไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าอาหารไปยังสหรัฐฯ ตามบัญชี FTLหลายรายการ เช่น สัตว์จำพวกกุ้ง (พิกัดอัตราศุลกากร 0306 และ 1605 ) ไปสหรัฐฯ 11,886 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 25.10 ของมูลค่าการส่งออกของไทยทั้งหมด 47,362 ล้านบาท หรือมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในการส่งออกกุ้งของไทย ดังนั้น ผู้ประกอบการที่มีการส่งออกสินค้าตามบัญชี FTL ไปสหรัฐฯ จะต้องเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎระเบียบการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าอาหารที่ FDA กำหนด โดยสามารถศึกษากฎระเบียบเพิ่มเติมได้ที่ https://www.fda.gov ก่อนการเริ่มบังคับใช้ต่อไป