หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.อ.ท. ชงทบทว...

ส.อ.ท. ชงทบทวน แผนลงทุน-เบรกซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน หวังกดค่าไฟ เหลือ 3.70 บาท

2.05.25 | 13:42 น.

ส.อ.ท. ชงทบทวน แผนลงทุน-เบรกซื้อไฟพลังงานหมุนเวียน หวังกดค่าไฟเหลือ 3.70 บาท

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงแนวโน้มค่าไฟงวดใหม่ (ก.ย.-ธ.ค. 68) ว่า ไม่ควรเกิน 3.70 บาทต่อหน่วย โดยจะต้องกล้าลดไขมันที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่โยกตัวเลข และไม่เติมของใหม่ที่มีไขมันเข้าระบบ

“การลดไขมันที่แฝงอยู่ในค่าไฟฟาจากเงินลงทุนที่ไม่ได้ใช้ตามแผนลงทุนจาก 3 การไฟฟ้าฯ (Claw back) ใน งวด 2/68 ถือว่ามาถูกทาง ซึ่งในความเป็นจริบตัวเลขดังกล่าวจริงได้ไปรวมอยู่ในค่าไฟฟ้าฐานมาตั้งนานแล้ว”

ทั้งนี้ ในความคิดเห็นส่วนตัวมองว่าต้องการให้มีการทบทวน เรื่องเงินลงทุนกันทุกปี โดยไม่ต้องรอการปรับค่าไฟฟ้าฐานทุก 5 ปี เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระค่าไฟฟ้าที่แฝงอยู่ของประเทศ

การลดไขมันต้องแก้ปัญหาเรื่องค่าก๊าซธรรมชาติ (NG) ซึ่งแพงที่ต้นเหตุ ไม่ใช้วิธีการโยกภาระ ค่า LNG นำเข้าที่แพงที่สุดให้ภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งรับภาระ ยิ่งในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจติดดินเช่นนี้ โดยกกร. ได้ยื่นหนังสือ นโยบาย Pool Gas ถึงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีวันนี้ (2 พ.ค.68)

Advertisement

นอกจากนี้ควรรีบทบทวน /ยับยั้ง การเดินหน้าการรับซื้อพลังงานหมุนเวียน(Big Lot) ที่ใช้ราคาเป้าหมายตามประกาศของ กกพ.ที่แพงกว่าราคาตลาดในเวลาเดียวกันแม้ว่าจะถูกกฏหมาย แต่ไม่เหมาะสมเพราะจะเป็นภาระของประเทศไม่จบ ไม่สิ้น ควรหาทางออกด้วยการหารือกับผู้เกี่ยวข้อง

สำหรับข้อเสนอในระยะต่อไป ประกอบด้วย ควรใช้วิธีประกวดราคา ให้ได้ผู้ชนะ ที่มีราคาต่ำสุดแทนราคาเป้าหมาย และ ให้คะแนนเชิงเทคนิค กรณีพลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานลม ภาครัฐเป็นผู้จัดหา เตรียมที่ดินทั้งบนบก หรือบนน้ำที่มีอยู่แล้ว เช่น ที่ดินของกรมธนารักษ์ ที่ดินของการรถไฟในคลองชลประทาน ต่างๆ และให้ เอกชนมาแข่งขันการสร้างโรงไฟฟ้าแทนการใช้ที่ดิน ที่เอกชนจัดหามาเอง ซึ่ง แพงเพื่อให้ ต้นทุนโรงไฟฟ้า ของประเทศ มีราคาต่ำลง

รวมทั้งขอให้ทบทวนใช้ราคารับซื้อไฟฟ้า เป็นราคาที่เหมาะสมสำหรับ โรงไฟฟ้า Adder เดิม ที่คืนทุนไปแล้ว หรือหากจำเป็นก็หาทางเจรจายกเลิกสัญญาไม่ผูกพันเช่นในปัจจุบัน

นายอิศเรศ กล่าวอีกว่า เอกชนต้องการเห็นนโยบายเรื่องพลังงานและค่าไฟฟ้าที่เป็นเชิงรุก และแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ด้วยยุทธศาสตร์ที่ดี โดยควร ประสานใกล้ชิด และ เปิดใจรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างเหมาะสมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วน และความร่วมมือที่ดีในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจของโลกและของประเทศเช่นในปัจจุบัน