กกร.ผวา Pool Gas ผลักต้นทุนเอกชนเพิ่ม60% ดันราคาสินค้าพุ่ง ร้อง นายกฯอิ๊งค์ เบรก-ทบทวนด่วน
รายงานข่าวจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย แจ้งว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม นายสุธีร์ สธนสถาพร ผู้อำนวยการสำนักงาน กกร. ได้เป็นผู้แทนกกร. ยื่นหนังสือถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านนโยบายโครงสร้าง Pool Gas เนื่องจากมองว่าไม่เป็นธรรมกับทุกภาคส่วน โดยการปรับโครงสร้าง Pool Gas เป็นแนวคิดของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และจะมีการหารือในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 6 พฤษภาคมนี้ จึงต้องการให้นายกรัฐมนตรีทบทวนเรื่องนี้
กระทรวงพลังงานมีแนวคิดที่จะปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ เพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตไฟฟ้า โดยมีแนวคิดที่จะไม่ใช้ Single Pool Gas (แบบปัจจุบันที่เฉลี่ยเป็นราคาเดียวกันในทุกภาคส่วน) โดยจะเปลี่ยนเป็นให้ภาคอุตสาหกรรม (ที่มีสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติ เพียง 15% ของทั้งประเทศ) รับภาระต้นทุน LNG นำเข้า (ที่มีสัดส่วนถึง 30% ของทั้งประเทศ) ของที่มีราคาสูงที่สุดไปทั้งหมด ส่งผลให้ต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติของภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 60% ทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนการผลิตจากราคาเชื้อเพลิงสูงถึงประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี ส่งผลต่อเนื่องกับการจ้างงานกว่า 1.9 ล้านคน และความสามารถในการแข่งขันลดลง
นอกจากนี้จะทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นจากราคาสินค้าที่จำเป็นต้องปรับราคาขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่ม และมีความเสี่ยงทำให้เกิดปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการขยายโครงการลงทุนในประเทศจะชะลอตัวส่งผลต่อการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ความน่าสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศต่อโครงการลงทุนในประเทศจะลดลง และเปลี่ยนไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศ ทั้งด้านความสามารถในการแข่งขัน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจซึ่งภาคอุตสาหกรรมมีส่วนสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับสูง
ดังนั้น เพื่อไม่ให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม ในการนี้ ในนาม กกร. จึงขอความอนุเคราะห์มายังท่านเพื่อโปรดพิจารณาแนวทางและข้อเสนอแนะ ดังนี้
1.ศึกษาความเป็นไปได้การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อลดผลกระทบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างสมดุลตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุของโครงสร้างพลังงานอย่างเหมาะสมและยั่งยืนมากกว่าการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ โดยการโยกตัวเลขตามแนวคิดดังกล่าวข้างต้น
2.ราคาที่นำมาปรับใช้ ควรเริ่มต้นที่ราคา Single Pool Gas ให้เหมือนกันทุกภาคส่วน และกำหนดวิธีกำกับราคาเพิ่มเติมให้ภาคอุตสาหกรรม เช่น กำหนดสูตรโครงสร้างราคาที่มีการควบคุมปริมาณการใช้ด้วย MDCQ (ปริมาณการใช้ก๊าซเฉลี่ยต่อวัน) คือเฉพาะปริมาณที่ใช้เกินกว่า MDCQ ให้ใช้ราคา LNG นำเข้า เพื่อลดปริมาณการนำเข้า LNG หรือกำกับราคาแบบที่มีการกำหนดราคาขั้นต่ำ (Floor Price) ที่เหมาะสมในการซื้อขายก๊าซธรรมชาติ
3.ภาคอุตสาหกรรมควรได้รับสิทธิในการใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เนื่องจากก๊าซธรรมชาติเป็นทรัพยากรภายในประเทศไทยที่เป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคนและทุกภาคส่วน
4.เสนอให้มีการรณรงค์ประหยัดพลังงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย และให้ความช่วยเหลือประชาชนเฉพาะกลุ่มเปราะบาง รวมถึงให้ความช่วยเหลือภาคเอกชนในกลุ่มเปราะบางด้วยวิธีการอื่นที่เหมาะสม แทนการผลักภาระให้ภาคใดภาคหนึ่ง

