หน้าแรก เศรษฐกิจ จุฬา-กฟผ. ร่ว...

จุฬา-กฟผ. ร่วมถอดบทเรียนไฟดับครั้งใหญ่ยุโรป แนวทางใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างสมดุลในไทย

8.05.25 | 18:28 น.
(AP Photo/Manu Fernandez)

จุฬา-กฟผ. ร่วมถอดบทเรียนไฟดับครั้งใหญ่ยุโรป แนวทางใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างสมดุลในไทย

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดสัมมนาในหัวข้อ “ไฟดับครั้งใหญ่ในยุโรป: บทเรียนจากสเปน–โปรตุเกส 2025 และแนวทางรับมือและออกแบบระบบพลังงานอย่างสมดุล” เพื่อให้เข้าใจเชิงลึกถึงสาเหตุและผลกระทบของเหตุการณ์ไฟดับระดับประเทศ และเรียนรู้เพื่อประยุกต์ใช้กับบริบทของไทยและอาเซียน

โดยนายสุรชัย ชัยทัศนีย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า วิกฤตไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ (Blackout) ทั่วกรุงมาดริดและเมืองบาร์เซโลนาของประเทศสเปน และเมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส รวมถึงบางส่วนทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุประกอบกัน ซึ่งการพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ก็เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ดังกล่าว แต่การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งพลังงานหมุนเวียนเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องยอมรับว่า การเข้ามาของพลังงานหมุนเวียน ย่อมส่งผลกระทบทางเทคนิคต่อระบบไฟฟ้า

ดังนั้น ประเทศไทย จะต้องเตรียมพร้อมแนวทางรองรับการเข้ามาของพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้าที่จะมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ดังนี้ 1.นำเทคโนโลยี Energy Storage เข้ามาใช้เพื่อช่วยเก็บพลังงาน 2.นำเทคโนโลยี Grid Modernization & Flexibility เพื่อกระจายตัวและแปรปรวนได้ดีขึ้น 3.ทำเรื่อง Forecasting & System Operation เพื่อพยากรณ์และวางแผนระบบไฟฟ้าล่วงหน้าได้แม่นยำขึ้น

Advertisement

4.พิจารณาเทคโนโลยี Flexible Generation ที่เข้ามาเสริมประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า 5.พิจารณาเรื่อง Diverse & Distributed RE เพื่อกระจายแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียน และเพิ่มความเสถียร 6.นำเรื่อง Interconnection & Trading ที่จะเป็นการเชื่อมต่อโครงข่ายและการค้า เพื่อส่งไฟฟ้าระหว่างภูมิภาค เข้ามาช่วยรับมือกับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และ 7.ส่งเสริม Regulatory & Market Mechanisms โดยวางกลไกกำกับดูแลที่สร้างแรงจูงใจและตลาดที่รองรับระบบไฟฟ้าที่มีพลังงานหมุนเวียนสูง

นายธวัชชัย สำราญวานิช รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กรณีไฟฟ้าดับทั่วประเทศในสเปนและโปรตุเกส ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของทุกประเทศ รวมถึงไทยด้วย เนื่องจากปัจจุบันทั่วโลกกำลังมุ่งหน้าสู่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น โดยเฉพาะพลังานแสงอาทิตย์และลม ดังนั้นจะต้องหาวิธีรับมือกับการผลิตไฟฟ้าที่ไม่เสถียร

ทั้งนี้ 3 การไฟฟ้า (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA และการไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน.) ได้หารือกันเกี่ยวกับการรับมือไฟฟ้าดับ โดยใช้กรณีสเปนและโปรตุเกสเป็นบทเรียน ซึ่งยืนยันว่า 3 การไฟฟ้าจะดูแลความมั่นคงด้านไฟฟ้าของไทย โดยหากอนาคตมีไฟฟ้าพลังงานทดแทนเข้าระบบมากขึ้น ก็จะต้องวางแผนการนำเทคโนโลยีมาใช้รองรับการเข้ามาของพลังงานทดแทน เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความพร้อมสอดคล้องกับพลังงานสะอาดที่เข้ามา ซึ่งไทยต้องมุ่งสู่พลังงานสีเขียวแน่นอน ดังนั้นระบบไฟฟ้าต้องมั่นคง และราคาค่าไฟฟ้าต้องสมเหตุผล เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าอย่างเป็นธรรม

น.ส. พิมพ์สุภา เกาะช้าง นักวิจัยชำนาญการ สถาบันวิจัยพลังงาน กล่าวว่า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดวิกฤติไฟฟ้าในยุโรปดับ แต่น่าจะเป็นผลมาจากระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ออกแบบไว้รองรับพลังงานหมุนเวียนที่ยังไม่เพียงพอ ดังนั้นสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาฯ มีข้อเสนอแนะแนวทางเสริมความมั่นคงเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืน ดังนี้

1.จัดทำ Energy Resilience Roadmap ควบคู่กับ Roadmap สู่ Net Zero 2.ปรับนโยบายให้มีความยืดหยุ่น ทันต่อเทคโนโลยีและบริบทโลก เพื่อรองรับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น ภัยภูมิอากาศ หรือ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ 3.สื่อสารกับสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจว่า พลังงานหมุนเวียนไม่ใช่ต้นเหตุของความเสี่ยง แต่ต้องมีระบบสนับสนุนที่เหมาะสม และ 4.ส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาฐานข้อมูลแบบเปิด (Open Data Infrastructure) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย และเปิดพื้นที่ให้ภาคส่วนต่างๆ เข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วม