หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังเล็งถกบอร...

คลังเล็งถกบอร์ด กระตุ้นศก.สัปดาห์หน้า จ่อรื้อแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่

10.05.25 | 06:25 น.

คลังเล็งถกบอร์ด กระตุ้นศก.สัปดาห์หน้า จ่อรื้อแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อพิจารณาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่นั้น การประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจจะต้องเร็วที่สุดภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ต้องพิจารณาทบทวน และหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการรับมือกับนโยบายการขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐ ซึ่งหากชัดเจนแล้ว จะเห็นว่ารัฐบาลต้องการเม็ดเงินในการทำมาตรการเท่าไหร่บ้าง ซึ่งอาจไม่ถึง 5 แสนล้านบาท อย่างที่มีกระแสข่าว

นายลวรณกล่าวอีกว่า ด้านแผนการกู้เงินดูแลเศรษฐกิจจะเป็นตัวเลือกสุดท้าย เนื่องจากยังมีช่องทางในการใช้งบประมาณที่หลากหลาย อาทิ การบริหารงบ โดยปีงบ 2568 ยังมีวงเงินเหลืออยู่ 1.57 แสนล้านบาท การบริหารจัดการงบปี 2569 ซึ่งอยู่ในขั้นตอนรอเข้ารัฐสภา รวมทั้ง ยังมีเงินทุนสํารองจ่าย หรือการกู้เงินเพื่อการฉุกเฉิน วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ ปี 2561 ซึ่งเคยใช้ช่วงโควิด และยังมีเงินคงคลังที่สามารถนำมาใช้ได้ โดยหากใช้ช่องทางเหล่านี้แล้ววงเงินเพียงพอสุดท้ายรัฐบาลอาจจะไม่จำเป็นต้องกู้เงินก็ได้

“เป้าหมายในการใช้เงินรอบนี้ เพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่แค่ประคอง แต่ต้องทําให้เกิดกระตุ้นให้มากที่สุด ซึ่งเราไม่อยากให้จีดีพีโต 2.1% ตามที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังประมาณการ โดยจะใส่ความพยายามให้เศรษฐกิจโตลดลงจาก 3% ให้น้อยที่สุด” นายลวรณกล่าว

นายพรชัย ฐีระเวร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ขณะนี้ สศค.อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการทบทวนมาตรการกระตุ้นรอบใหม่ ทั้งภายในกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงาบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์

Advertisement

นายพรชัยกล่าวอีกว่า ในส่วนของ สศค.ได้เตรียมพร้อมข้อมูล อาทิ การประมาณการเศรษฐกิจไทย ปี 2568 ที่ล่าสุด สศค.ได้แถลง โดยคาดว่าจะขยายตัว 2.1% ต่อปี รวมทั้ง ข้อมูลสมมุติฐานตามคาดการณ์ปกติ (Base Case) ข้อมูลที่ทำให้เกิดกรณีดีกว่าที่คาด (Best Case) และปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง ขณะที่จะต้องทบทวน หรือยกเลิกมาตรการเศรษฐกิจอะไรบ้าง และข้อสรุปที่ว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่นั้น อยู่ระหว่างการประสานงาน เนื่องจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาร่วมกัน

“นายพิชัยได้สั่งการเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาแล้ว และกำชับว่าให้ดำเนินการให้เร็วที่สุด และจะนัดประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ แต่ขณะนี้ขอดูข้อมูลอะไรต่างๆ ให้ชัดเจนก่อน ส่วนโครงการเติมเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 1 หมื่นบาท หรือดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 ควรจะเดินหน้าต่อหรือไม่นั้น ขอดูข้อสั่งการระดับนโยบาย และการประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อน” นายพิชัยกล่าว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ก่อนที่คณะผู้แทนระดับสูงของสหรัฐ และจีนจะพบกันครั้งแรกในวันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคมนี้ ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าต่างตอบแทนจากจีน 145% ทำให้เกิดความตึงเครียดทางการค้าไปทั่วโลก ทรัมป์ กล่าวว่า คาดว่าการเจรจาภาษีที่สหรัฐเรียกเก็บจากจีนในอัตรา 145% น่าจะลดลง

“คุณจะเก็บภาษีสูงกว่านี้ไม่ได้แล้ว ตอนนี้อยู่ที่ 145% เรารู้ว่าจะต้องลดลง จีนต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก และอยากเห็นจีนเปิดเศรษฐกิจของตนมากขึ้น” ทรัมป์กล่าว

เมื่อถูกถามว่าจะพูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนหลังการเจรจาหรือไม่ ทรัมป์ กล่าวว่า อาจจะนะ แน่นอน

สำหรับการเจรจาที่เกิดขึ้น จะมี สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ เข้าร่วมเจรจากับ เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีนผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจและการเงิน

นิวยอร์กโพสต์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังพิจารณาลดภาษีนำเข้าจากจีนลงเหลือแค่ 50-54% อาจจะมีผลบังคับใช้ในสัปดาห์หน้านี้ ขณะที่ตัวเลขภาษีกับประเทศในเอเชียใต้อาจถูกปรับลดลงเหลือ 25% แต่ทำเนียบขาวปฏิเสธว่าเป็นเพียงการคาดเดา เพราะการตัดสินใจเรื่องภาษีนำเข้าเป็นการตัดสินใจโดยตรงจากประธานาธิบดีเท่านั้น

นายฮั่ว ซุนอิ๋ง รองรัฐมนตรีต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนมั่นใจว่ามีศักยภาพที่จะรับมือกับประเด็นการค้ากับสหรัฐ ไม่หวั่นเกรง เพราะนโยบายการค้าของสหรัฐในขณะนี้ไม่อาจคงอยู่ได้ในระยะยาว เราไม่ต้องการสงครามใดๆ กับประเทศใดทั้งนั้น แต่ต้องเผชิญกับความเป็นจริง สิ่งที่สหรัฐกำลังทำนั้น ไม่สามารถคงอยู่ได้ ชาวอเมริกันรู้สึกถึงความทุกข์ทรมานจากสงครามภาษีแล้ว