AWC ลุยลงทุนแสนล้าน โชว์ Q1 กำไรเฉียด 2 พันล. ดีเดย์ก.ค.เปิด ‘จูราสสิคเวิลด์’ แลนด์มาร์กใหม่ท่องเที่ยวไทย
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า จากสารพัดปัจจัยความท้าทายต่อภาคการเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เช่น สงครามการค้า ความผันผวนเศรษฐกิจโลก แผ่นดินไหว รวมถึงการชะลอตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ได้ปรับคาดการณ์ในปี 2568 จะมีแนวโน้มอยู่ที่ 35.5 ล้านคน เท่ากับปี 2567 และนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องเร่งสร้างบรรยากาศความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว รวมถึงโปรโมตและดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามามากขึ้น ในภาวะที่บางตลาดชะลอตัว เช่น กลุ่มประชุมสัมมนา เป็นต้น
นางวัลลภา กล่าวว่า สำหรับปี 2568 ผลประกอบการของ AWC ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาสแรกมีรายได้รวม 6,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 1,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23 % โดยมีกำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 3,417 ล้านบาท เติบโต 15.3% โดยกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ มีรายได้กว่า 3,642 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% รายได้เฉลี่ยต่อวัน (ADR) ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 6,663 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้น 5.8 % รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) อยู่ที่ 4,992 บาท เพิ่มขึ้น 6% กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้ 2,386 ล้านบาท เติบโต 16.9% มีกำไรที่ 2,055 ล้านบาท เติบโต 17.8%

นายไพฑูรย์ วงศาสุทธิกุล หัวหน้าคณะสายงานกลยุทธ์การลงทุน กล่าวเสริมว่า AWC ตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปี (2568-2572) จะขยายพอร์ตทรัพย์สินเพิ่มจากไตรมาสแรกปีนี้ที่ 209,374 ล้านบาท เป็นมูลค่า 3 แสนล้านบาทภายในปี 2572 และมีจำกนวนห้องพักจากกว่า 6,000 ห้อง เป็น 12,000 ห้อง จากแผนการลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาทหรือเฉลี่ยปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ในแผนลงทุนจะรวมถึงโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ เช่น เวิ้งนครเกษม เยาวราชที่เริ่มการก่อสร้างแล้ว , อควอทีค พัทยา,ล้านนาทีค ,มิกซ์ยูสที่ตะวันนาบางกะปิอยู่ระหว่างออกแบบคอนเซ็ปต์ รวมถึงเอเชียทีคเดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เฟส 2 ล่าสุดลงทุนกว่า 1,400 ล้านบาท พัฒนาโครงการจูราสสิค เวิลด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ พร้อมเปิดบริการกลางเดือนกรกฎาคมนี้ คาดว่าจะทำให้จำนวนเข้าใช้บริการเอเชียทีคเพิ่มขึ้น 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30,000 คนต่อวัน เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 75% เช่น จีน และชาวไทย 25%
นายไพฑูรย์กล่วาวว่า อย่างไรก็ตามแม้ว่าในปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยภาพรวมจะมีจำนวนลดลง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อ AWC มากนัก เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวชาวจีนในสัดส่วนเพียง 10% ในขณะที่มีนักทองเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาและยุโรปเข้ามามากขึ้น ประกอบกับพอร์ตโฟลิโอโรงแรมของ AWC เป็นกลุ่มระดับลักชัวรีและอยู่ในย่านเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยว จึงมีผลกระทบที่จำกัด
“AWC พร้อมปรับแผนการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ที่ผันผวน แต่ขณะนี้ยังเดินหน้าลงทุนตามแผนเดิม กลยุทธ์คือพัฒนาทรัพย์สินเดิม ลงทุนระยะยาวเป็นเมกะโปรเจ็กต์และพร้อมมองโอกาสในเข้าซื้อกิจการเพื่อสร้างฐานธุรกิจให้เติบโตต่อไป และในปี 2568 มี 3 โครงการใหม่เข้าพอร์ตคือ โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย ,เวิ้งนครเกษม เยาวราช และโรงแรมเลอ คองคอร์ดรัชดาฯเดิม ซึ่งเป็นดีลซื้อขายมาตั้งแต่โควิดจะพัฒนาเป็น Jubilee Prestige Tower เปิดบริการในปี 2571 ”นายไพฑูรย์กล่าว

นายชยานนท์ หอพัตราภรณ์ หัวหน้าคณะสายงานบัญชีและการเงิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุน 5 ปีจากนี้ มีการเตรียมเงินทุนไว้พร้อมจากสถาบันการเงินต่างๆ ที่สามารถสนับสนุนการลงทุนได้ 3 เท่าของเงินที่จะใช้ในการลงทุน สำหรับแนวโน้มรายได้ทั้งปีนี้ คาดว่าจะเติบโตขึ้นดับเบิ้ลดิจิต ขณะเดียวกันบริษัทยังให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรฐานความปลอดภัย โดยเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทสามารถดำเนินการตรวจสอบโครงสร้างอาคารทุกโครงการในพื้นที่แผ่นดินไหวอย่างรวดเร็ว และได้รับการรับรองมาตรฐาน 3 ระดับทั้งจากวิศวกรภายใน พันธมิตร และหน่วยงานตรวจสอบอาคารอิสระ ทำให้สามารถสร้างความมั่นใจในความปลอดภัย และได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรและลูกค้าที่มีต่อทรัพย์สินในเครือ AWC




