สวนสยาม ทุ่ม 300 ล้าน ฟื้นฟูสวนน้ำสวนสนุก สบช่องสงครามการค้า จ่อซื้อเครื่องเล่นจีน-อินเดีย
นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท สยามพาร์ค ซิตี้ ผู้ประกอบกิจการสยามอะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยาม) เปิดเผยว่า ผลจากสงครามการค้าและการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐอเมริกา ตามนโยบายของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ นั้น สวนสยามจะอาศัยจังหวะและพยายามหาโอกาสในวิกฤตในช่วงนี้ จัดหาเครื่องเล่นจากซัพพลายเออร์ของประเทศจีนและอินเดีย เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติม จากเดิมที่บริษัทซื้อจากประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามแผนการดำเนินงานในปี 2568 ที่บริษัทเตรียมเงินลงทุนไว้ประมาณ 300 ล้านบาท สำหรับการฟื้นฟูสวนสยาม ทั้งลงทุนซื้อเครื่องเล่นใหม่และปรับปรุงเครื่องเล่นเดิม โดยแผนดังกล่าวจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3-4 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทกลับมาเดินหน้าลงทุนหลังจากวิกฤตโควิด-19 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวในระยะถัดไปภายในปี 2570
“ในช่วง 1-2 ปีหลังโควิด-19 เราประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่อง มีภาระหนี้ร่วม 1,000 ล้านบาท ต้องเจรจากับธนาคารเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ที่ผ่านมาเราไม่ได้ขาดทุน แต่ต้องนำรายได้มาจ่ายชำระดอกเบี้ย และล่าสุด รอสถาบันการเงินพร้อมในการสนับสนุนวงเงินกู้ในการลงทุนเพิ่มเติม สำหรับ 3 สิ่งที่เราจะทำ คือ ฟื้นฟู ปรับปรุง และลงทุนเพิ่ม เพื่อกระตุ้นลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น จากปัจุบันที่จำนวนผู้ใช้บริการหายไปถึง 20-30% จากที่หายไปแล้วก่อนหน้านี้ เราจึงต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ แทนการลดราคา เพราะเราก็ไม่อยากจะลดราคาลงไปมากกว่านี้อีกแล้ว” นายวุฒิชัยกล่าว

