หน้าแรก เศรษฐกิจ สมาพันธ์เอสเอ...

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย หนุนรื้อ มาตรการแจกเปล่า เปิดพิษสง 5 กับดัก เร่งรัฐแก้ด่วน

10.05.25 | 15:00 น.

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย หนุนรื้อ มาตรการแจกเปล่า เปิดพิษสง 5 กับดัก เร่งรัฐแก้ด่วน

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยถึงกรณีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อพิจารณาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ คาดได้ข้อสรุปภายในเดือนพฤษภาคมนี้ นั้น แนวทางกระตุ้นเฉพาะหน้า หากยังต้องการผลักดันผ่านโครงการคนละครึ่งหรือมาตรการแจกเงิน ก็อยากให้เตรียมพร้อมข้อมูลเป็นบล็อกเชน และให้รู้โดยทั่วไปล่วงหน้าถึงแนวทางช่วยเชื่อโดยเฉพาะภาคประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะรายย่อย/เอสเอ็มอี เกษตรกร ผู้ด้อยโอกาสที่จะเข้าถึงแหล่งทุนหรืออาชีพ

แสงชัย ธีรกุลวาณิช(แฟ้มภาพ)

อยากให้เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการเงิน ที่ไม่ใช่เป็นการให้อย่างเดียวและรัฐไม่ได้อะไรคืน การให้เปล่าแต่ไม่มีผลต่อแรงกระตุ้นเศรษฐกิจและภาษีคืนรัฐเพื่อใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อไป นั่นคือ รัฐจะเติมเงินอะไรผ่านมาตรการ ก็ควรได้รับมาเป็นรายได้คืนในกระตุ้นกำลังซื้อและภาษี

Advertisement

นายแสงชัยกล่าวว่า อีกเรื่องที่ต้องเร่งทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น คือ การหาแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ภาคช่วยเหลือและกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบนโยบายทรัมป์ 2.0 ซึ่งต้องแยกให้ชัดว่าเป็นซอฟต์โลนเพื่อผู้ส่งออก ซอฟต์โลนเพื่อผู้ผลิตที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า ซอฟต์โลนภาคท่องเที่ยวควบคู่กับมาตรการต่างๆ อย่างตอนนี้การท่องเที่ยวไทยเจอปัญหาเรื่องยอดคนจีนเข้ามาไทยลดลงมาก บางส่วนไปเที่ยวเวียดนาม บางส่วนหันท่องเที่ยวในประเทศจีนเอง

“แนวคิดวันนี้รัฐต้องคิด 2 ขา คือทำอย่างไรดึงท่องเที่ยวและรายได้เข้าประเทศ กับคู่กับทำอย่างไรผลักดันส่งออกและนำเงินเข้าประเทศ ยกตัวอย่างการท่องเที่ยว เพิ่มส่งเสริมท่องเที่ยวแมนเมด ท่องเที่ยววิถีชุมชน ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ดึงภาคบริการผูกกับส่งออก เช่น ดึงคนต่างชาติมาใช้บริการสปา นวดไทย ที่ใช้สมุนไพร จนต่างชาติติดใจ จะส่งเสริมทั้งแพทย์แผนไทยและสินค้าแปรรูปไทย อีกเรื่องที่รัฐควรประชุมและเปิดรับฟังแนวคิดและความต้องการแท้จริงของภาคเอกชนและเอสเอ็มอี เพื่อนำไปประมวลทำแผนงาน ก่อนออกมาตรการและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบรัฐให้ฝ่ายเดียวและไม่ได้อะไรกลับมาเท่าที่ควร น่าจะเริ่มรื้อจากตรงนี้ก่อน” นายแสงชัยกล่าว

นายแสงชัยกล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะกลาง-ยาว เสนอให้ปรับโครงสร้างและแก้กับดัก 5 เรื่อง ได้แก่ 1.กับดักหนี้ ควรเร่งปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ ทั้งหนี้ครัวเรือน หนี้เอสเอ็มอี หนี้ครู หนี้เกษตรกร หนี้นอกระบบ เพราะหากแก้อุปสรรคหนี้ไม่ได้ ประเทศก็ไปต่อได้ยาก 2.กับดักเรื่องคน โลกเปลี่ยนไปเร็วแต่ประเทศเรายังปรับตัวไม่ทัน ทั้งเรื่องทักษะภาษา ควรปูพื้นตั้งแต่เข้าเรียนถึงอุดมศึกษา แบบไม่มีความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และภาษาไม่แค่เน้นไทย อังกฤษ แต่เพิ่มทางเลือกภาษาที่สาม เช่น จีน อาหรับ เป็นต้น รวมถึงเพิ่มทักษะด้านดิจิทัล เน้นตระหนักรู้เรื่องการใช้ดิจิทัลในชีวิตประจำวันในทุกภาคส่วน ใช้โซเซียลมีเดียช่วยการประกอบอาชีพ และผลักดันใช้เทคโนโลยีและเอไอ พร้อมกับเสริมทักษะระดับผู้บริหาร เหมือนสิงคโปร์และญี่ปุ่น

นายแสงชัยกล่าวต่อว่า 3.กับดักเรื่องทุน ซึ่งตอนนี้เจอปัญหาสะสมจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แผนปฏิรูปพลังงาน ที่ควรเน้นพลังงานอื่นๆ ไม่แค่ก๊าซธรรมชาติ ไม่ว่าจะหนุนพลังงานลม แสงแดด มูลขยะ หรือ นิวเคลียร์ ด้วยไทยยังเสียเปรียบเรื่องต้นทุนไฟฟ้า น้ำมัน พลังงาน ดอกเบี้ย และค่าเงิน ที่เป็นต้นทุนและผันผวนสูง 4.กับดักเรื่องทุนเทา วันนี้อยากมองแค่ทุนเทานอกประเทศ หรือมุ่งไปสนใจแต่ทุนจีน แต่มีหลายประเทศที่เป็นทุนแฝงผ่านนอมินี หรือทุนใหญ่ในประเทศเราเองก็มีไม่น้อย ต้องเร่งปราบปรามทุนอุปสรรคต่อเศรษฐกิจนอกระบบ ตรงกันข้ามเราต้องเพิ่มความอำนวยความสะดวกทุกขั้นตอนสำหรับทุนที่มาถูกต้องตามกฎหมาย และ 5.กับดับเรื่องรัฐ ควรเร่งแก้อุปสรรคหรือกฎระเบียบเดิมๆ และกำหนดโรดแมปช่วยเหลือในทุกภาคส่วน หากสามารถลด 5 กับดักดังกล่าวได้ เมื่อไทยเจอปัญหาอะไรก็จะไม่ได้ผลกระทบรุนแรงอย่างที่กำลังเผชิญอยู่และจะรุนแรงมากในอนาคต