หน้าแรก เศรษฐกิจ ภาคธุรกิจหนุน...

ภาคธุรกิจหนุนรัฐบาล รื้อแผนกระตุ้นศก.-แจกเงินหมื่น แนะอัดซอฟต์โลน-เชียร์ฟื้นคนละครึ่ง

10.05.25 | 22:45 น.

ภาคธุรกิจหนุนรัฐบาล รื้อแผนกระตุ้นศก.-แจกเงินหมื่น แนะอัดซอฟต์โลน-เชียร์ฟื้นคนละครึ่ง

วันที่ 10 พฤษภาคม นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า เป็นการดีที่รัฐบาลจะรื้อแผนกระตุ้นเศรษฐกิจให้รับกับสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเก็บภาษีของสหรัฐ เนื่องจากประเทศไทยส่งออกไปสหรัฐมากสุด ที่จะต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

นายอิสระกล่าวว่า ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องมีมาตรการด้านการคลังและด้านการเงินเข้ามาประคองเศรษฐกิจ ซึ่งการแก้ปัญหาในระยะสั้น เห็นด้วยที่รัฐบาลจะทบทวนแจกเงินหมื่น และสนับสนุนแนวคิดที่จะมีมาตรการซอฟต์โลนช่วยภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ นอกจากนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ต้องร่วมพิจารณากับสถาบันการเงินรัฐและพาณิชย์ เพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้สอดรับกับดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ที่มีมติปรับลด 0.25% เหลือ 1.75% เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา เพราะถึงขณะนี้ยังไม่มีแบงก์ไหนออกมาประกาศปรับลดดอกเบี้ยลง

“ทั้งซอฟต์โลนและการปรับลดดอกเบี้ยลง ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะที่ไม่ปกติแบบนี้ และหากรัฐบาลจะมีการอัดเม็ดเงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อออกมากระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม ผมก็เห็นด้วยถ้าหากเงินงบประมาณมีไม่เพียงพอ จะกู้เพิ่มก็ได้ เพราะเป็นเรื่องจำเป็น ส่วนการรับมือผลกระทบภาษีทรัมป์ก็ต้องไปดูรายละเอียดแต่ละอุตสาหกรรมว่าจะต้องออกมาตรการอะไรมาช่วยได้บ้าง”นายอิสระกล่าว

นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่งค้า-ปลีกไทย กล่าวว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลจะปรับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่และจะทบทวนการแจกเงินหมื่นบาท เนื่องจากช่วยได้แค่ระยะสั้นเท่านั้น โดยเสนอให้รัฐบาลฟื้นโครงการคนละครึ่งขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมาถือว่าช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้จริงๆ รวมถึงให้ภาครัฐจัดหาพื้นที่ฟรีสำหรับให้เกษตรกรขายผลไม้ราคาตกต่ำและล้นตลาด เช่น สถานที่หน่วยงานราชการ สถานีรถไฟ เป็นต้น และให้มีการตรวจสอบการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม เรื่องการเก็บภาษีต่างๆสำหรับร้านค้าที่มียอดขายจำนวนมากๆ ด้วย

Advertisement

“ตอนนี้กำลังซื้อไม่ดีจริงๆ เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มระดับล่าง ที่ประหยัดการใช้จ่ายและซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็น เพราะคนมีเงินในกระเป๋าน้อยลง ขณะที่กลุ่มระดับกลาง เช่น คนเล่นหุ้น เมื่อตลาดหุ้นไม่ดีก็เริ่มประหยัดการใช้จ่ายมากขึ้นเช่นกันและเริ่มเห็นร้านค้าที่เช่าพื้นที่ในห้างปิดตัวไปบ้างแล้ว”นายสมชายกล่าว