หน้าแรก เศรษฐกิจ “เอราวัณ” คาด...

“เอราวัณ” คาดผลประกอบการ Q1 ดีกว่าปีก่อน อัตราการเข้าพักแตะ 84% ชี้ไทยเปิดโอกาสผู้หญิงบริหารสายโรงแรม

3.04.17 | 17:37 น.

นางกมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิเอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวในระหว่างร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านผู้ประกอบการหญิง “Women’s Entrepreneurship Conference Bangkok 2017” จัดโดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมกับมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ว่า สำหรับบรรยากาศการท่องเที่ยวของไทยในไตรมาสที่ 1/2560 ที่ผ่านมาถือว่าดีกว่าช่วงเดียวกันของปี 2559 โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกเดือนและถือว่าฟื้นตัวจากไตรมาสที่ 4/2559 ได้ค่อนข้างดีมาก วัดจากผลประกอบการของธุรกิจของบริษัทที่อัตราการเข้าพักในไตรมาสที่ 1/2560 ที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในระดับสูงมาอยู่ที่ประมาณ 83-84% โดยโรงแรมในกรุงเทพมหานครมีอัตราการเข้าพักที่ 90% และโรงแรมในต่างจังหวัดมีอัตราการเข้าพักที่ 80% ดีกว่าช่วงเดียวกันของปี 2559

นอกจากนี้ ในไตรมาสที่ผ่านมาทางบริษัทได้เปิดห้องพักเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการในไตรมาสที่ 1/2560น่าจะดีกว่าไตรมาสก่อนหน้า ส่วนไตรมาสที่ 2/2560 ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่จากสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ผ่านมา ถือว่ามีสัญญาณค่อนข้างดีทั้งการเข้าพักของกลุ่มธุรกิจ การจัดการประชุมขนาดเล็ก มีการเติบโตจากปีก่อนหน้าและยังมั่นใจว่าทั้งปีจะมีรายได้เติบโต 10% ตามเป้าหมาย ส่วนแผนการเปิดโรงแรม 9 แห่งในปี 2560 โดยใช้เงินลงทุน 2,200 ล้านบาทนั้น ที่ผ่านมาเปิดโรงแรมฮ็อป อินน์เพิ่มแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ สาขาบุรีรัมย์ และสาขาระยอง และในเดือนพฤษภาคมนี้จะเปิดที่เชียงรายอีก 1 แห่งเป็นไปตามแผน

อย่างไรก็ตาม จากอัตราการเข้าพักที่สูงและความต้องการใช้สถานที่เพิ่มขึ้น ทำให้การปรับขึ้นค่าห้องพักทำได้ต่อเนื่องโดยปีนี้ตามแผนจะปรับขึ้นทุกกลุ่มตั้งเป้ากลุ่มห้องพักระดับบนปรับเพิ่มขึ้น 5-7% กลุ่มห้องพักระดับกลางปรับขึ้น 3-5% กลุ่มห้องพักระดับอีโรโนมีปรับขึ้น 3-5% และกลุ่มบัดเจ็ทปรับขึ้น 1-2% จากการหมดช่วงโปรโมชั่น” นางกมลวรรณกล่าว

นางกมลวรรณ กล่าวอีกว่า สำหรับการบริหารธุรกิจโรงแรมนั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นธุรกิจที่เปิดรับให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารงานได้ง่ายกว่าธุรกิจอื่น เนื่องจาก เป็นธุรกิจบริการสำหรับประเทศไทยถือเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารงานในตำแหน่งระดับสูงทั้งในหน่วยงานภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ

น.ส.ชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย คณบดีคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้เข้ามาดำรงตำแหน่งในระดับสูงเพื่อประกอบธุรกิจ แต่ผู้หญิงจะได้รับการยอมรับมากกว่านี้หากพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ โดยควรเพิ่มองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีเพื่อผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาด เพิ่มมูลค่าสินค้า หากดำเนินการเช่นนี้จะทำให้ธุรกิจที่ดำเนินการโดยผู้หญิงจะได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงิน ทำให้ได้เงินทุนได้ง่ายขึ้น

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาครัฐควรสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ผู้หญิงประกอบธุรกิจได้ง่ายขึ้น เช่น ควรสนับสนุนให้ตั้งสถานที่รับเลี้ยงเด็กที่มีมาตรฐาน เพื่อลดภาระผู้หญิงให้ออกไปทำงานได้อย่างเต็มที่